ผู้ถือหุ้นรายย่อย STARK เร่งเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

Date:

ต่อเนื่องจากการที่ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์​ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษดำเนินคดีบุคคลและนิติบุคคล รวม 10 ราย ต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศส (DSI) ว่าได้ร่วมกันกระทำหรือยินยอมให้มีการลงข้อความเท็จ ลงบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ตรงต่อความจริง ในปี 2564-2565 เพื่อลวงบุคคลใด ๆ ให้เข้าใจผิดในผลประกอบการและแผนงานของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรืิอ STARK ซึ่งเข้าข่ายความผิดหลายมาตราตาม พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และต่อมา ก.ล.ต. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของบุคคลทั้ง 10 รายเป็นเวลา 180 วัน เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดที่ก่อความเสียหายต่อประชาชนเป็นวงกว้างและมีพฤติการณ์ที่ควรเชื่อได้ว่า ผู้กระทำผิดจะยักย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์สินไป

ในวันนี้ (11 กรกฎาคม 2566 เวลา 14.00 น.)  ตัวแทนผู้เสียหายจากการลงทุนในหุ้นสามัญ STARKกลุ่มผู้เสียหายที่ลงทุนในหุ้นสามัญของ STARK จึงเดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการ กลต ยื่นหนังสือต่อนางสาวอาชินี ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายสื่อสารองค์กร กับนางสิริพร จังตระกูล เลขาธิการ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และผู้แทนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อแสดงความชื่นชมต่อ กลต. ในการเร่งดำเนินคดีและอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันก็ขอติดตามและเร่งรัดให้ กลต ดำเนินการในขั้นตอนต่อไปอย่างไม่ชักช้า โดยกลุ่มผู้เสียหายมีความเห็นว่า การกระทำความผิดของกลุ่มบุคคลทั้ง 10 ราย เข้าข่ายความผิดหลายมาตราของ พรบ หลักทรัพย์ ซึ่งให้อำนาจ กลต ในการใช้มาตรการลงโทษผู้กระทำความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง กลุ่มผู้เสียหายจึงขอเรียกร้องให้ กลต ดำเนินมาตรการลงโทษทั้งทางอาญาและทางแพ่งขั้นสูงสุด พร้อมทั้งขอคำแนะนำถึงช่องทางที่ กลต. จะสามารถช่วยเหลือบรรเทาเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ลงทุนรายบุคคลเหล่านี้

ในการมาพบผู้บริหารของ กลต และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันนี้ กลุ่มผู้เสียหายยังขอแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ กลต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้วิกฤตความเชื่อมั่นในตลาดที่เกิดจากการกระทำเพียงบุคคลกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งแต่สามารถสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อตลาดทุน ซึ่งถือเป็นเสาหลักหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ให้เป็นบทเรียนและใช้เป็นโอกาสในการปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เป็นข้อจำกัดในการกำกับ ดูแล ป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในตลาดทุนในปัจจุบัน เพื่อยกระดับความเชื่อมั่น โปร่งใส และธรรมภิบาล ของบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต  ตัวอย่างเช่น ข้อจำกัดของ กลต ไทยที่ไม่สามารถดำเนินคดีทางแพ่งต่อผู้กระทำความผิด แทนผู้ลงทุนที่เสียหาย เพื่อให้สามารถเรียกเงินชดใช้ความเสียหายให้แก่ผู้ลงทุนที่เสียหายได้โดยตรง เช่นเดียวกับตลาดทุนในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น (อ้างอิง ดุษฎีนิพนธ์การบังคับใช้กฎหมายในความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคุณเฉลียว นครจันทร์และคุณนิติ ผดุงชัย หลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/download/241208/165733/842722)

นอกจาก 2 หน่วยงานที่กำกับดูแลตลาดทุน แล้ว  ในวันนี้ กลุ่มผู้เสียหายได้ยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ต่อนายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย โดยที่ผ่านมา 

กลุ่มผู้เสียหายได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดีจากสมาคมผ่านทางเลขาธิการสมาคม ที่ช่วยกรุณาเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผู้เสียหาย มีผู้ลงทะเบียนเป็นจำนวนรวม 1759 ราย จึงได้ขอให้สมาคมช่วยสนับสนุนช่วยเหลือการดำเนินการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) โดยยังคงเป็นศูนย์กลางรวมผู้เสียหายต่อไป และช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้อง เช่น ค่าทนายความ และค่าดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ราบรื่น และประสบความสำเร็จ จนสามารถเรียกร้องความยุติธรรมและเยียวยาผู้เสียหายได้ในที่สุด

นางสาวอาชินี ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กลต. ได้ยืนยันว่า กลต. มีขอบเขตอำนาจตามกฏหมายกำหนด ที่ผ่านมาได้พยายามตรวจสอบ หาหลักฐานอย่างเต็มที่ หากพบกระทำผิดเข้าข่ายมาตราใด จะดำเนินการถึงที่สุด การดำเนินการใด ๆ ต้องมั่นใจในพยานหลักฐาน บางครั้งอาจต้องใช้เวลา ยอมรับว่ากรณี STARK สร้างความเสียหายให้ตลาดทุนอย่างมาก และจะพยายามตรวจสอบเอาผิดให้อย่างเต็มที่ รวมทั้งจะผลักดันให้มีการทบทวนแก้ไขปรับปรุง พรบ. (ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่แล้ว)ให้มีมาตรการป้องกันและบทลงโทษที่เข้มงวดมากขึ้น

ทางด้านนางสิริพร จังตระกูล เลขาธิการสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) เปิดเผยว่า การที่กลุ่มผู้เสียหายที่ลงทุนในหุ้นสามัญของ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) ที่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้ได้รับความเสียหายกว่า 1,759 ราย ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง TIA เพื่อขอให้สนับสนุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) อาทิ ค่าวิชาชีพทนายความ ฯลฯ ตลอดจนค่าดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากผู้เสียหายได้สูญเสียเงินลงทุนและหรือเงินออมไปเป็นจำนวนมากแล้ว และเพื่อให้การดำเนินการฟ้องร้องคดีแบบกลุ่ม ดำเนินไปตามลำดับได้อย่างรวดเร็ว ราบรื่น และประสบความสำเร็จในที่สุด  ซึ่งจะเป็นการเยียวยาและสร้างความยุติธรรมให้กับผู้ลงทุนรายบุคคล

“ผู้เสียหายที่เป็นผู้ลงทุนรายบุคคลเข้าลงทะเบียนไว้ทั้งสิ้นจำนวน 1,759 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากรณีนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ลงทุนรายบุคคลจำนวนมากและเป็นวงกว้าง”

ทั้งนี้ทางสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยรับพิจารณาในการดำเนินการ เพื่อให้ความช่วยเหลือตามที่ตัวแทนผู้เสียหายหุ้นสามัญ STARK ร้องขอมาเป็นลำดับไป 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ 

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ ไม่มีผู้บุกรุกเหลืออยู่ในพื้นที่อีกต่อไป ประกาศปิดพื้นที่เด็ดขาด ห้ามบุกรุกซ้ำ

“บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด

กิจกรรมแก้หนี้เชิงรุก “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด ช่วย SMEs ลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม “ปลดหนี้” สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ประกาศจุดยืน “อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ”

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมเวที CEO Forum ประกาศจุดยืน "อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ" สู่อนาคต Net Zero

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย – ภูฏาน

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย - ภูฏาน FTA ฉบับที่ 17 ของไทย เปิดตลาดใหม่สู่เอเชียใต้