
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า
วันนอร์ จับมือเพื่อไทย ป้องทักษิณ
หลังจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือด่วนถึงนายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ให้ลบชื่อนายทักษิณออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตรแล้ว ได้มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยเรียงหน้ากันออกมา สนับสนุนแนวความคิดของนายวันนอร์ว่า จำเป็นจะต้องตัดชื่อนายทักษิณออกจากญัตติไป ถ้าหากไม่ตัดชื่อออก การประชุมสภาจะลุกเป็นไฟบ้าง จะเกิดความวุ่นวายในที่ประชุมสภาบ้าง รวมถึงการกล่าวเตือนพรรคประชาชนว่า อย่าดื้อรั้นในการถอนญัตติ ซึ่งทั้งหมดเป็นท่าทีของลูกน้องนายทักษิณ ที่ออกมาปกป้องเจ้านายของตัวเอง กลัวจะถูกเปิดโปงพฤติกรรมต่างๆในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
ส่วนที่นายวันนอร์ออกมายืนยันว่า ถ้าไม่ลบชื่อนายทักษิณออกจากญัตติ ก็จะไม่บรรจุในวาระการประชุม และไม่ต้องอภิปราย ก็ต้องถามว่าการบรรจุญัตติในวาระการประชุมของประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องได้รับการกลั่นกรองตรวจสอบจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งว่าที่ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมายืนยันแล้วว่า เป็นญัตติถูกต้อง สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกลั่นกรองแล้ว ไม่ได้ตัดข้อความใดๆเลย แสดงให้เห็นว่า ความเห็นเบื้องต้นของสำนักการประชุมเห็นว่าญัตติสมบูรณ์แล้ว แต่ทำไมนายวันนอร์กลับวินิจฉัยสวนทางกับความเห็นของฝ่ายประชุม ต้องถามว่าความประสงค์ต้องการลบชื่อนายทักษิณออกจากญัตติ เพราะความต้องการของนายทักษิณและสมาชิกพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่
การที่นายวันนอร์ออกมาโอดครวญว่า ถ้าหากมีการญัตติบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีชื่อนายทักษิณเข้าไปด้วย ถ้าโดนฟ้องคดี จะเป็นคนแรกที่ถูกฟ้อง ซึ่งเป็นการอ้างเหตุผลเพื่อแก้เกี้ยวการตัดสินใจช่วยเหลือนายทักษิณมากกว่า ที่ผ่านมามีบุคคลภายนอกฟ้องดำเนินคดีกับผู้อภิปรายหลายคน แต่ยังไม่มีใครฟ้องประธานสภาในฐานะผู้บรรจุญัตติเลยแม้แต่คนเดียว
ขอบอกนายวันนอร์ว่า เป็นถึงนักการเมืองอาวุโสอย่ากลัวเรื่องแบบนี้ เพราะความกลัวทำให้เสื่อม การบรรจุชื่อของนายทักษิณในญัตติเป็นเรื่องข้อเท็จจริง และเนื้อหาเกี่ยวกับการอภิปราย ไม่ได้เป็นการใช้คำหยาบหรือคำเสียดสี ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องส่งกลับไปให้แก้ไข ประธานสภาฯ จะลุแก่อำนาจมาใช้สิทธิ์สั่งให้พรรคฝ่ายค้านแก้ไขในข้อเท็จจริงของญัตติไม่ได้
ส่วนตัวสนับสนุนแนวความคิดของพรรคประชาชน ที่ออกมายืนกรานว่า จะไม่ยอมแก้ญัตติและอ้างถึงสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถ้ารัฐบาลจะจับมือกับประธานสภาผู้แทนราษฎรเล่นเกม ใช้ข้อบังคับของสภาฯ และอำนาจของประธานสภาฯ ปิดปากการทำหน้าที่ตรวจสอบของพรรคฝ่ายค้าน ก็ขอเป็นเรื่องดุลย์พินิจของประชาชน ที่จะตัดสินว่าใครทำถูกต้อง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะการเมืองยุคนี้ ไม่มีหลักการอะไรที่ชัดเจน มีแต่เรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองทั้งสิ้น