
วันที่ 5 ม.ค. 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบทางไกล ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการ โดยมี น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายอนุทิน กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในทุกพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนและเสียสละ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ฝ่ายปกครองและเครือข่ายความมั่นคงในพื้นที่ได้ทำหน้าที่พิทักษ์อธิปไตยและดูแลพื้นที่ส่วนหลังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการดูแลประชาชนที่อพยพมายังศูนย์พักพิง ซึ่งสิ่งที่สำคัญยิ่งคือการเอาใจใส่ดูแลสภาพจิตใจและให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่บริหารจัดการสถานการณ์และประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกฝ่ายถือว่าดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งพื้นที่ส่วนหน้า ที่กองทัพดูแล และพื้นที่ส่วนหลัง ที่ทางฝ่ายครองดำเนินการ แม้ขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายจะยุติการโจมตีแล้ว แต่ต้องไม่ประมาท แผนดูแลประชาชนต่างๆ อาทิ แผนอพยพ แผนเผชิญเหตุ ขอให้ผู้ว่าฯจังหวัดที่เกี่ยวข้องดูแลให้ดี ตนหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นรอบที่ 3 ภายหลังมีการเจรจาหยุดยิงล่าสุด หากทุกฝ่ายรักษาข้อผูกมัดซึ่งกันและกัน ก็คงไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องเขตแดนต่างๆ ให้เป็นเรื่องของการประชุมคณะกรรมการร่วมต่างๆดำเนินการ ขณะที่การฟื้นฟูดูแลบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชนที่ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ขอให้เร่งทำการสำรวจ เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
นายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ขอให้พวกเรามั่นใจว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน แม้ว่าสถานการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดนจะเป็นอย่างไร ทราบมาว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้หารือกับทหาร และฝ่ายปกครองแล้ว หากเกิดความไม่สงบขึ้น ได้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะเดียวกันขอให้ภาคราชการวางตัวด้วยความเป็นกลาง ปล่อยให้การเมืองเขาสู้กันไป ไม่ต้องไปเลือกข้าง ไม่ต้องไปช่วยใคร หรือไล่บี้ใคร หากพวกเราวางเป็นกลาง ระบบราชการทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่ละฝ่ายก็สบายใจ ส่วนจะรักใครชอบใคร เป็นเรื่องในความเป็นประชาชนของท่าน ไม่มีฝ่ายการเมืองคนไหนไปถามว่ารักใครชอบใคร หรือจะเลือกใคร แต่ในภารกิจของราชการขอให้เป็นกลาง จะได้ไม่มีใครมายกอ้างว่าดูแล หรือไม่ดูแลกัน ทั้งนี้ ตนทำงานที่กระทรวงมหาดไทยมา3ปีแล้ว ในเรื่องการเมืองตนไม่เคยไปขอให้ใครช่วยอะไร เพราะตนแยกเรื่องการเมืองออกจากเรื่องราชการชัดเจน เพราะไม่ใช่หน้าที่ของท่านที่จะต้องมารับผิดชอบในเรื่องการเมือง




