“ศุภจี” ลุยมุมไบ ถกผู้บริหาร TATA Group

Date:

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น เมืองมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับผู้บริหารเครือ TATA Group โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นางสาวสัญฉวี พัฒนจักร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วม ว่า

TATA Group เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมแทบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจอินเดีย การหารือครั้งนี้จึงมุ่งหา “โมเดลความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม” เพื่อเชื่อมภาคเอกชนไทยเข้ากับเครือข่ายและแพลตฟอร์มของ TATA Group โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่เป็น แพลตฟอร์มกลาง ร่วมกับภาคเอกชน องค์กรภาคธุรกิจ และทูตพาณิชย์ ในการจับคู่ดีมานด์–ซัพพลายให้ตรงจุด

“เรามาเจอกันเพื่อหาว่าไทยจะเข้าไปเป็น ‘จิ๊กซอว์’ ในจุดใดของ TATA Group ได้บ้าง ทั้งด้านอีคอมเมิร์ซ วัสดุก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมใหม่ๆ กระทรวงพาณิชย์พร้อมเป็นตัวกลางให้เอกชนไทยได้เชื่อมต่อกับคีย์เพลเยอร์ของอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีระบุว่า อินเดียให้ความสำคัญอย่างมากกับ การก่อสร้างและการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางสภาพอากาศที่ท้าทาย ทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนมองว่า “การก่อสร้างสีเขียว” เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ไทยจึงมีโอกาสเข้าไปสนับสนุนด้วยวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ วัสดุจากยางพารา วัสดุทดแทนไม้และซีเมนต์ ไม้และไม้เอ็นจิเนียริ่ง สารเคมีสีเขียว สิ่งทอทางเทคนิคที่ใช้ในอาคาร รวมถึงโซลูชันด้าน modular construction ที่สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตในระดับ mass ได้

พร้อมกันนี้ ได้หารือถึงโอกาสการ ร่วมลงทุนผลิตในประเทศไทย เพื่อส่งออกกลับไปใช้ในอินเดีย โดยเฉพาะในโครงการก่อสร้าง อาคารสีเขียว และที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านอุตสาหกรรมเหล็ก เทคโนโลยี AI และแนวคิด zero waste ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของ TATA Group

ในส่วนของสินค้าไลฟ์สไตล์ นางศุภจีกล่าวว่า อินเดียมองสินค้าไทยเป็นสินค้า พรีเมียมและลักชัวรี โดยได้ผลักดันให้ TATA Group โดยเฉพาะ TATA CLiQ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเครือ พิจารณานำสินค้าไทย อาทิ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย และของตกแต่งบ้าน ไปจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อขยายการรับรู้และสร้างความต้องการในตลาดอินเดีย

ขณะนี้ TATA Unistore เจ้าของแพลตฟอร์ม TATA CLiQ ได้เริ่มหารือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) แล้ว โดยอยู่ระหว่างการคัดเลือกแบรนด์เครื่องประดับไทยที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น เพื่อจัดแสดงและสร้างคำสั่งซื้อล่วงหน้า รวมถึงได้เชิญ TATA CLiQ เข้าร่วมงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 73 ระหว่างวันที่ 22–26 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อขยายความร่วมมือเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ TATA CLiQ ยังให้ความสนใจสินค้างานฝีมือไทยที่สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องแต่งกาย ของใช้ และของตกแต่งบ้าน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้แนะนำให้ประสานงานกับ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) และได้จัดส่งแคตตาล็อกสินค้าให้พิจารณาแล้ว พร้อมเตรียมนัดหมายประชุมออนไลน์ เพื่อผลักดันความร่วมมือในขั้นต่อไป

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ทำการบ้านล่วงหน้า โดยใช้เครือข่ายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศทั้ง 3 แห่งในอินเดีย เป็นกลไกสำคัญในการชี้เป้าโอกาสทางการค้าในแต่ละพื้นที่ให้ตรงกับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และความต้องการของผู้บริโภคอินเดีย เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนบนหลักประโยชน์ร่วมกัน 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กบข. ปี 2568 แกร่ง สร้างผลตอบแทนสมาชิก 5.18%

กบข. ปี 2568 แกร่ง สร้างผลตอบแทนสมาชิก 5.18% เปิดแผนปี 69 กระตุ้นออมเพิ่ม ให้เกษียณมีสุข

แบงก์ชาติ คุมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นเงินบาท ห้ามเกิน 50 ล้านบาท

แบงก์ชาติ คุมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นเงินบาท ห้ามเกิน 50 ล้านบาท พร้อมยกระดับความโปร่งใสในการซื้อขาย มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569

Atome จับมือแบรนด์แฟชันระดับโลก มอบบริการช้อปก่อนจ่ายทีหลัง 

Atome ประเทศไทย เดินหน้าขยายฐานลูกค้า จับมือบริษัทผู้นำแบรนด์แฟชันระดับโลก มอบบริการช้อปก่อนจ่ายทีหลัง

ธอส. เดินหน้ายกระดับองค์กรด้วยนวัตกรรม  สู่ความยั่งยืน

ธอส. เดินหน้ายกระดับองค์กรด้วยนวัตกรรม เปิดโครงการ GHB IdeaLab 2026 ขับเคลื่อน Digital & Data-Driven Innovation สู่ความยั่งยืน