
จากการหดตัวต่อเนื่องของสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs ที่ติดลบถึง 13 ไตรมาสติดต่อกัน เป็นผลจากความต้องการสินเชื่อธุรกิจที่ลดลง บวกกับสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น จากต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Cost) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องเดินหน้าออกมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้สินเชื่อธุรกิจกลับมาขยายตัวอีกครั้ง โดยมีโจทย์หลักคือต้องมี “กลไก” เพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เป็นที่มาของการเปิดตัว “โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost” โดยความร่วมมือระหว่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), กระทรวงการคลัง, สมาคมธนาคารไทย และสมาคมธนาคารนานาชาติ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 15 มกราคมที่ผ่านมา
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. พร้อมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก หรือธุรกิจ SMEs ให้กลับมาเข้มแข็ง ช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยทิศทางในปีนี้ พร้อมเดินหน้ายกระดับองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือ SMEs ในมิติต่างๆ หนึ่งในแผนงานสำคัญคือ การรับดำเนินการ (Operate) “โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost” กลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับ ‘สินเชื่อใหม่’ ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้มีสินเชื่อปล่อยใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ บสย. ได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับการดำเนินโครงการที่เริ่มคิกออฟเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินและ SMEs อาทิ การรับคำขอจากสถาบันการเงินต่างๆ การตรวจสอบคุณสมบัติลูกค้า และการควบคุมวงเงินรวม ฯลฯ โดย นำประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ ในการค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SMEs ตลอด 34 ปี มาต่อยอดในการดำเนินโครงการดังกล่าว
“การรับ Operate โครงการนี้ ถือเป็นการเชื่อมโยง Operating Model รูปแบบปัจจุบันของ บสย. กับรูปแบบโครงการ SMEs Credit Boost เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อยกระดับกลไกค้ำประกันสินเชื่อ และเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือ SMEs ในประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น” นายสิทธิกร กล่าว




