นักลงทุนทั่วโลกแห่จอง ”หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์” ของไทยออยล์ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Date:

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) “บริษัทฯ” เปิดเผยว่า “บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูง ในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐ (“หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์”) ซึ่งถือเป็นธุรกรรมการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ชุดแรกจากบริษัทไทยในปี 2569 ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม จำนวน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเงินมาสนับสนุนการลงทุนของบริษัทฯ โดยเฉพาะโครงการพลังงานสะอาด หรือ โครงการ CFP (Clean Fuel Project)  

หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ดังกล่าว ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BB- และจาก Moody’s Investors Service ที่ระดับ Ba2 ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment Grade จาก Moody’s Investors Service ที่ระดับ Baa3 (Negative Outlook) และจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB- (Negative Outlook) โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.1 ต่อปี สำหรับระยะเวลา 5.25 ปีแรก และภายหลังจากระยะเวลาดังกล่าว อัตราดอกเบี้ยจะเป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในเอกสารเสนอขาย โดยการเสนอขายในครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากนักลงทุนทั่วโลก มียอดความต้องการจองซื้อสูงสุดกว่า        6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือประมาณเกือบ 11 เท่าของมูลค่าที่เสนอขาย และปิดยอดการจองซื้อที่ 10.33 เท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อความแข็งแกร่งด้านเครดิตของบริษัทฯ โดยการออกและเสนอขายหุ้นกู้      ชั่วนิรันดร์ดังกล่าว จัดจำหน่ายโดยธนาคาร BNP Paribas, BofA Securities, Deutsche Bank, HSBC, Mizuho และ Standard Chartered Bank 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนผ่านการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Cross Currency Swap) โดยแปลงจากหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์สกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลบาท ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสุทธิของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ดังกล่าว เมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาท อยู่ที่เพียงร้อยละ 3.875 ต่อปี ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรสกุลดอลลาร์สหรัฐด้วยต้นทุนที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะอยู่ท่ามกลางภาวะความกดดันของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ การออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ดังกล่าว สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางการเงินของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการรองรับแผนการลงทุนใน โครงการ CFP ควบคู่กับการบริหารโครงสร้างเงินทุนให้มีความแข็งแกร่งและเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

เกี่ยวกับ ไทยออยล์

ไทยออยล์เป็นผู้ประกอบธุรกิจการโรงกลั่นนํ้ามันแบบคอมเพล็กซ์ (Complex Refinery) และเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โดยมีธุรกิจหลักคือ การกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 275,000 บาร์เรลต่อวัน 

นอกจากนี้ ไทยออยล์มีระบบการบริหารจัดการที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ (Operational Excellence) โดยบริหารงานเป็นกลุ่มที่มีการเชื่อมโยงธุรกิจ ทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมัน ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน โดยร่วมวางแผนการผลิตก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกันมีคุณภาพสูงในระดับโรงกลั่นชั้นนำ (Top quartile) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้ได้เปรียบเชิงต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เช่น ธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริหารการขนส่ทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด และธุรกิจ New S-Curve

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญ (MT)

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การทำรายการที่มีนัยสำคัญ (MT) และการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (RPT) ของ บจ.เพื่อยกระดับคุ้มครองสิทธิผู้ลงทุน 

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน เพื่อยกระดับการจัดทำ Interim MD&A และปรับปรุงแบบ 56-1 One Report

ไอแบงก์ จับมือ ARI-AMC เดินหน้าช่วยลูกค้า “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”

ไอแบงก์ จับมือ ARI-AMC เดินหน้าช่วยลูกค้า “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”เร่งโอนหนี้เสียรายย่อย แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

KKP มอบรางวัล 16 โครงการอสังหาฯ คาร์บอนต่ำและยั่งยืน

KKP มอบรางวัล 16 โครงการอสังหาฯ คาร์บอนต่ำและยั่งยืน ชี้ผลลัพธ์การเปลี่ยนผ่าน ช่วยลดคาร์บอนเทียบเท่าปลูกต้นไม้ 189,700 ต้น