นายกฯ อนุทิน จี้หน่วยงานบอกเลิกสัญญา “อิตาเลียนไทย” ให้ได้ 

Date:

วันที่ 20 ม.ค. 2569 ที่ทำเนีนบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุไฟไหม้ซ้ำบริเวณเครนถล่ม ถนนพระราม2 ว่า ตนเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดี๋ยวคงมีการรายงานเข้ามา อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการคือกรมทางหลวง ก็ต้องดำเนินการ 

เมื่อถามว่า รัฐบาลมีการคาดโทษใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คาดโทษแต่ให้ดำเนินการ โดยรัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครอง หาวิธีบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา  ซึ่งรัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ใช่คู่สัญญา แต่เป็นนโยบายที่แจ้งให้กับหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ซึ่งต้องดำเนินการ ถ้าเขาไม่ดำเนินการก็มีความผิดเท่านั้นเอง โดยในส่วนของรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว

นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนที่ตนบอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ก็มีคนว่าไม่ใส่ใจ แต่ตอนที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ก็บอกว่าระวังเสียค่าโง่ แต่ถ้าทำตรงนี้แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย เปลี่ยนระเบียบการควบคุมต่างๆได้ เพราะทุกอย่างมีต้นทุน ตนก็ไม่คิดว่าคำว่าเสียค่าโง่คืออะไร คือบริษัทไปฟ้องหรือ เครนล้มลงมาขนาดนี้ มีเสียชีวิต 30 กว่าคน เหตุเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เหตุเกิดครั้งแรกยังโอเค แต่นี่เกิดเหตุ 4-5 ครั้งแล้ว แล้วจะไม่ให้รัฐทำอะไรเลยหรือ ทำแบบนี้ก็ว่าทำแบบนั้นก็ว่า ตนก็ทำในสิ่งที่ควรทำ และตนไม่ได้เป็นคนเสียค่าโง่ แค่ไปบอกหน่วยงานว่าต้องทำอย่างไร มันไม่โง่หรอกที่ต้องทำแบบนี้ ทำแล้วทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น จะได้ทำอะไรด้วยความระมัดระวัง เพราะคนที่เสียหายคือประชาชน ญาติเจ้าของบริษัทเสียชีวิตเสียเมื่อไหร่ล่ะ คนสัญจรไปมา ขับรถไปมาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ต้องมาเสียชีวิตตรงนี้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เสียหายกับประเทศ และเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องดำเนินการไม่ต้องมานั่งนับญาติอะไรกับตน สิ้นคิดถึงขนาดบอกว่าเอาแม่ตนไปเป็นน้องสาวของเจ้าของบริษัทอิตาเลียนไทย เป็นไปได้อย่างไร เพราะสมัยก่อน แข่งขันกันมาตลอดชีวิต มันเริ่มที่จะออกไปเรื่องอื่นแล้ว 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เอาเรื่องวันนี้ดีกว่า ว่าหน้าที่ของรัฐบาลคืออะไร มาตรการเร่งด่วนที่ออกมาจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นหรือไม่ หน่วยงานที่รับผิดชอบไปเลิกสัญญาให้ได้ก่อนเถอะ เพราะตอนนี้คุณทำให้รัฐบาล ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้ความมั่นใจของคนไม่มี เตือนไปแล้วหลายครั้งก็ยังเกิดเหตุขึ้นอีก ซึ่งหากมีไฟไหม้เกิดตรงนั้น แสดงว่าคุณยังไม่ดำเนินการอะไรที่ทำให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ตรงนี้ควรหรือยังที่จะต้องมีการดำเนินการอะไร ตนทำหน้าที่ของตนแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่ทำก็คาอยู่ที่เขา ประชุมครม.กี่สัปดาห์ ตนก็จะถาม รมว.คมนาคม และหลังเลือกตั้งหากตนเป็นฝ่ายค้าน ก็จะไปนั่งไล่ถาม รมว.คมนาคม ดำเนินการไปแล้วหรือยังก็แค่นี้

เมื่อถามว่า ควรจะมีไทม์ไลน์ดำเนินการเรื่องนี้ให้จบก่อนส่งไม้ต่อรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนทำหน้าที่ตนไปแล้ว ใครไม่ทำตามคำสั่งรัฐบาล เขาก็ต้องรับผิดชอบตามระเบียบและกฎหมาย  เมื่อถามว่า จะมีการยุติโครงการอื่นหรือไม่ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก นายอนุทิน กล่าวว่า เอาสองเรื่องนี้ให้ได้ก่อน

“บวรศักดิ์” ประสานอัยการสูงสุด บอกเลิกสัญญาเอกชน – ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 

วันที่ 20 ม.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มใส่รถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ว่า จะมีการประสานงาน ให้ค่าเสียหายและชดเชยจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งมีชาวต่างชาติ 5 ราย โดยรัฐบาลกำลังจะหารือ โดยจะขอให้ทางอัยการสูงสุด พิจารณาเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา และอาจจะให้อัยการสูงสุดฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งหากผู้ที่ได้รับความเสียหายจะเข้ามาเป็นโจทย์ร่วม รัฐบาลจะอาจจะให้การสนับสนุน เพราะเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสัญญาทางปกครองแบบนี้ไม่เหมือนสัญญาทางแพ่ง ต้องดูประโยชน์สาธารณะ ความปลอดภัยสาธารณะประกอบด้วย ฉะนั้นรัฐบาลจะไม่อยู่เฉย 

เมื่อถามว่าการบอกเลิกสัญญาจะไม่ทำให้รัฐบาลเสียค่าโง่ใช่หรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องให้อัยการสูงสุดดูข้อกฎหมาย พร้อมย้ำว่าสัญญาทางปกครองไม่ใช่สัญญาทางแพ่ง จึงต้องดูประโยชน์สาธารณะและความปลอดภัยสาธารณะ ประกอบด้วย จะใช้กฎหมายแพ่ง 100% ไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักทั่วไปที่ศาลปกครองยึด ซึ่งต้องให้ทางอัยการสูงสุดหาแนวทางในการบอกเลิกสัญญาให้ได้ และฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ยุตติ ส่วนเรื่องการแก้กฎกระทรวงต้องดำเนินการต่อไป พร้อมขอความร่วมมือสภาวิศวกรรม ให้ดูแลเรื่องวิศวกร ที่ดูแลเรื่องโครงสร้าง ส่วนกรอบระยะเวลาตอบไม่ได้ ต้องถามอัยการสูงสุด 

เมื่อถามว่าส่วนบริษัทเอกชนสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่นั้น นายบวรศักดิ์ ระบุว่าไม่ได้มีข้อห้ามที่จะฟ้องกลับหรือไม่ ก็ฟ้องแย้งกลับมาสิ โดยสู้กันตามหลักฐาน ว่ามีการละเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเช่นนี้ พร้อมย้ำไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาสถาบันวิทยสิริเมธี

สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาสถาบันวิทยสิริเมธี พร้อมทรงติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์

ปตท. รับมอบ LNG สัญญาระยะยาวเรือเที่ยวแรกจากสหรัฐอเมริกา

ปตท. รับมอบ LNG สัญญาระยะยาวเรือเที่ยวแรกจากสหรัฐอเมริกา เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไทย

กลุ่ม ปตท. จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน พระพันปีหลวง

กลุ่ม ปตท. จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 100 วัน อุทิศถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

‘พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์’ เข้ารับตำแหน่ง CEO ไทยออยล์

‘พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์’ เข้ารับตำแหน่ง CEO ไทยออยล์ ต่อยอดรากฐานที่มั่นคง เสริมศักยภาพการแข่งขัน ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน