นพ.เปรมศักดิ์ ตั้งคำถาม ธปท. ไร้ข้อมูลคริปโต

Date:

วันที่ 19 มกราคม ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้ยื่นญัตติต่อ นายกำพล สุภาแพ่ง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เพื่อให้พิจารณา กรณีค่าเงินบาทแข็งค่าผิดปกติ ซึ่งอาจไม่ใช่ผลจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ

นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า ประธานกรรมาธิการฯ เห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญต่อเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ และได้บรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมในวันที่ 20 มกราคมนี้ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง โดยตนจะเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้เสนอญัตติ

ทั้งนี้ ต้นตอของข้อกังวล เกิดจากข้อสังเกตของนักวิชาการในตลาดทุน ที่ตั้งคำถามถึง ความไม่สอดคล้องของข้อมูลระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยพบว่า ธปท.ไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับกระแสเงินจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ ขณะที่ ก.ล.ต.กลับมีรายงานว่า การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยมีมูลค่าสูงเฉลี่ย เดือนละกว่าหนึ่งแสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ที่น่าจับตา คือ พฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่สอดคล้องกับการเก็งกำไรตามปกติ โดยเหรียญที่มีความผันผวนสูงอย่าง Bitcoin กลับมีสัดส่วนการซื้อขายเป็นอันดับสอง ไม่ถึงร้อยละ 20 ต่อวัน ขณะที่ USDT ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าอิงกับเงินดอลลาร์สหรัฐ กลับครองสัดส่วนสูงสุด

รายงานล่าสุดของ ก.ล.ต. ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ระบุว่า USDT มีสัดส่วนการซื้อขายสูงถึงร้อยละ 52 ขณะที่ Bitcoin อยู่เพียงร้อยละ 19 เท่านั้น สอดคล้องกับความเชื่อในแวดวงตลาดทุนว่า แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยอาจถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน ของกลุ่มสแกมเมอร์ บ่อนพนันออนไลน์ และธุรกิจสีเทา

กระบวนการที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ การนำเงินผิดกฎหมายมาแปลงเป็น USDT ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่าเงินดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นจึงแลกกลับเป็นเงินบาทและโอนเงินออกนอกประเทศได้โดยสะดวก ส่งผลให้ เงินทุนจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ระบบอัตราแลกเปลี่ยนของไทยโดยไม่ทราบแหล่งที่มา

นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า เงินทุนลักษณะนี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ค่าเงินบาทแข็งค่าผิดปกติ และหากปล่อยไว้โดยไม่มีระบบติดตามและรายงานที่รัดกุม อาจกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้ ธปท.เร่งจัดทำระบบรายงานเงินเข้า-ออกในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัล ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับธนาคารกลางในหลายประเทศ

นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจจริง ทำให้ต้นทุนของประเทศไทยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย และญี่ปุ่น กดดันภาคส่งออก ภาคเกษตร และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยให้เผชิญความยากลำบากซ้ำเติม

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยเหตุผลดังกบ่าวตนจึงเสนอญัตติให้กรรมาธิการฯ ตรวจสอบเชิงลึกถึง ต้นตอของเงินบาทแข็งผิดปกติ และเชิญ ธนาคารแห่งประเทศไทย, ก.ล.ต., สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด เข้าชี้แจง เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยต่อสาธารณะและป้องกันไม่ให้ระบบการเงินไทยถูกบ่อนทำลายในเงามืดของสินทรัพย์ดิจิทัล

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

พาณิชย์ ลุยตรวจเข้มร้านทองทั่วไทย รับมือราคาทองผันผวน

พาณิชย์ ลุยตรวจเข้มร้านทองทั่วไทย รับมือราคาทองผันผวน ย้ำเครื่องชั่งต้องมาตรฐาน ป้ายราคาต้องชัดเจน ป้องสิทธิผู้บริโภค

ธ.ก.ส. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

ธ.ก.ส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวารถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ออมสิน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

ออมสิน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บสย. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

บสย. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง