
วันที่ 26 ม.ค. 2569 ที่กองพลทหารม้าทที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ออกเดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อพบปะและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบภายหลังจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา
โดยเวลา 13.40 น. นายกฯเดินทางถึงเทศบาลต.ตาพระยา จ.สระแก้ว นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว รายงานภาพรวมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ โดยนายกฯได้พูดคุยสอบถามประชาชนที่ถือภาพถ่ายบ้านตัวเองที่เสียหายอย่างหนัก เพราะถูกลูกหลงจากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่สระแก้ว
จากนั้น นายกฯกล่าวกับประชาชนว่า วันนี้ตนตั้งใจมาพบกับทุกคน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทั้งหลายน่าจะอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้แล้ว มีความปลอดภัย ตนเชื่อว่าความอดทนอดกลั้นของพวกเราไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ทุกคนต้องอพยพออกไปยังศูนย์อพยพ แน่นอนว่ารัฐจะต้องจัดการเรื่องการดูแลให้ประชาชนที่อพยพออกไปได้รับความสะดวกสบายได้มากที่สุด แต่มีอุปสรรคอยู่บ้าง รัฐบาลเข้าใจดีในฐานะที่เป็นนายกฯและเป็นหัวหน้ารัฐบาล ต้องขอบคุณในความร่วมมือในความอดทนของประชาชนทุกคน ส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กำนันผู้ใหญ่บ้านสมาชิกสภาองค์กรส่วนท้องถิ่น ก็ต้องขอขอบคุณมาก ๆ ที่อำนวยความสะดวกให้ความดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ต้องไปหลบภัย ตนเข้าใจถึงความรู้สึกของประชาชนทุกคน เมื่อได้กลับมาเห็นสภาพบ้านที่ถูกทำลายโดยอาวุธหนัก
“รัฐบาลต้องขอโทษทุกคนด้วยที่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น รัฐบาลมีความเสียใจ และไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประชาชน ด้วยความร่วมมือความอดทนและความเสียสละของประชาชน ทำให้รัฐบาล กองทัพและตำรวจฝ่ายปกครองสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ถ้าหากจะใช้คำว่าถ้าเปรียบเทียบว่านี่คือการรบ ประชาชนทำให้ผมรบชนะ ทำให้อธิปไตยของประเทศไม่ถูกคุกคาม ทำให้ดินแดนของแผ่นดินของเราไม่ต้องเสียไปให้กับฝ่ายตรงข้าม ตรงนี้ในฐานะนายกฯไม่ทราบว่าจะขอบคุณอย่างไร เพราะพวกเรานอกจากจะทำหน้าที่ดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัยแล้ว พวกผมทุกคนในที่นี้ทราบดีมาก การศึก การต่อสู้ ความเป็นประเทศไทย ศักดิ์ศรีที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทยก็แพ้ไม่ได้เช่นกัน คำว่าแพ้ไม่เคยปรากฏอยู่ในความรู้สึกส่วนใดของพวกเรา ยิ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเช่นนี้ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ ไม่ต้องห่วงหัวหน้าพะวงหลัง เราทำหน้าที่ปกป้องอย่างเต็มความสามารถ เพราะรู้ว่าประชาชนปลอดภัยแล้ว เวลาเรามีข้อขัดแย้งกับใครก็ตาม ถ้าเราในฐานะรัฐไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเราก็จะชนะได้ยากและควบคุมสถานการณ์ได้ยาก” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอแสดงความชื่นชมขอขอบคุณและขออภัยในสิ่งที่ก่อให้เกิดความไม่ถูกใจ เสียอารมณ์ เสียความรู้สึกและเสียใจที่พวกท่านได้มี รัฐบาลก็พยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้มีการเยียวยา แต่พวกเราทราบดีว่าเยียวยาเท่าไหร่ถึงจะต่อให้พวกเราไม่สูญเสียอะไร แต่ก็เสียความรู้สึกและเสียกำลังใจ เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้ทำหน้าที่สุดความสามารถเพื่อจัดงบประมาณมาเยียวยา เพื่อให้ประชาชนอย่างน้อยก็รู้สึกดี เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชน
นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนคนบ้านเรือนเสียหายจะเร่งดำเนินการในส่วนของกระทรวงให้มีงบซ่อมแซมเบื้องต้นที่ 49,000 บาทและในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีมีงบประมาณของท่าน ตามค่าใช้จ่ายจริง ต่อจากนี้ตนจะไปตรวจดูสภาพในพื้นที่ เพราะยังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ ให้เกิดความมั่นใจว่าดินแดนของเราได้รับการควบคุมสถานการณ์อย่างเรียบร้อย ต้องไม่ให้เกิดความสูญเสียใดๆเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะชีวิตของพี่น้องทหารหาญที่คอยตรึงกำลังอยู่ แม้พวกเราจะกลับมาบ้าน ผ่านปีใหม่และจะเข้าช่วงตรุษจีน สงกรานต์ เราขอคำยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงของประเทศยังคอยดูแลปกป้องอธิปไตย และสร้างความมั่นใจว่าประชาชนทั้งหลายต้องได้รับความปลอดภัย
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอบคุณ อสม. ที่ดูแลสุขภาพเบื้องต้นให้ประชาชน ส่วน ชรบ. ตนรับทราบว่าพวกท่านเฝ้าหมู่บ้านให้กับประชาชนทุกคน พวกเขาควรได้รับความขอบคุณจากตัวผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ขอบคุณในความสนับสนุนและความร่วมมือที่พวกท่านทำ จากนี้ไปขอให้พวกเรามั่นใจว่าท่านจะได้รับความปลอดภัย แต่เราต้องไม่ประมาท เราไม่ได้ประมาท เรารักสงบ แต่ถ้ามีการรบเมื่อไหร่ เราได้พิสูจน์ให้ท่านเห็นแล้วว่า พวกเราก็ไม่เคยที่จะถอย ไม่เคยคิดที่จะให้เขาคุกคามเราฝ่ายเดียว ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจใช้ชีวิตจากนี้ไปด้วยความปกติ
นายกฯ กล่าวว่า สำหรับ ชรบ. เราได้มีการจัดสรรงบประมาณลงที่หมู่บ้านละ 5,000 บาทต่อเดือน งวดแรกจะเริ่มจ่ายตั้งแต่เดือนม.ค. เงินเหล่านี้ไม่ได้ตกอยู่ที่คน แต่เป็นกองทุนสะสมไว้เวลาตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัด เป็นค่าอาหารให้เพิ่มเติมขึ้นมา ขอให้บริหารจัดการให้ดี

นายกฯ ประชุมสรุปสถานการณ์ชายแดนสระแก้ว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว จากพันโทโอฬาร ขอร่ม หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองกำลังบูรพา พร้อมกับรับชมวีดิทัศน์การบริหารสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว
โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้กับส่วนราชการว่า ขอบคุณกองกำลังบูรพา หน่วยเฉพาะกิจตาพระยา จังหวัดสระแก้ว รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน ทั้งด้านความปลอดภัย การดูแลชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกและการเยียวยาในเบื้องต้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความเข้มแข็งของการประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานพลเรือน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน พร้อมขอชื่นชมและเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายที่ได้ทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก
“ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดูแลและเยียวยาให้ถึงมือครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รัฐบาลจะใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการดูแลทหารที่ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดหางานหรือแนวทางรองรับในอนาคต เนื่องจากทหารทุกนายล้วนเป็นผู้เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและพี่น้องประชาชน อีกทั้งรัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงของชาติ และจะดูแลกำลังพลทุกนายอย่างดีที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีสวมชุดเกราะเพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ชายแดน จังหวัดสระแก้ว ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ รับฟังการรายงานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในแนวหน้า รวมถึงให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศอย่างใกล้ชิด




