
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ปี 2568 กบข. บริหารกองทุนสร้างผลตอบแทนให้สมาชิกได้ 5.18% สูงกว่าปี 2567 ที่ได้ 3.91%
โดยผลตอบแทนของสมาชิกในปี 2568 ดีขึ้นในทุกแผนการลงทุน โดยเฉพาะแผนทองคำ ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% แผนหุ้นต่างประเทศ 17.47% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย 9.38% แผนเชิงรุก 65 8.89% แผนสมดุลตามอายุ (สมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี) 8.74% และแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป 4.31% สะท้อนถึงการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมที่ช่วยเสริมศักยภาพผลตอบแทนให้กับสมาชิก
“กลางปี 2568 กบข. คิดว่าผลตอบแทนสมาชิกจะออกมาไม่ดี เพราะไม่รู้ว่าความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่กระทบเศรษฐกิจไทยจะสิ้นสุดลงเมื่อไร เป็นสิ่งที่ท้าทายการบริหารกองทุนของ กบข. ในทุกจังหวะเวลาไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไร แต่ ผลตอบแทนที่ทำได้ 5.18% ถือเป็นความสำเร็จ ดีกว่าเป้าหมาย แม้จะมีความผันผวนมากกว่าที่ กบข. จะคาดการณ์ได้ก็ตาม” นายทรงพล กล่าว
นายทรงพล กล่าวว่า สำหรับปี 2569 ยังมีความผันผวน ความไม่แน่นอน ไม่น้อยกว่าปี 2568 ทั้งความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติ ดังนั้น กบข. ได้บริหารจัดการเตรียมความพร้อมรองรับล่วงหน้าแล้ว ภายใต้การทำงานอย่างเป็นระบบประสานงานร่วมกัน ทั้งคณะกรรมการ กบข. คณะกรรมการบริหารการลงทุน กบข. ทีมงานผู้บริหาร กบข. รวมถึงสมาชิก กบข. ทำให้ กบข. มั่นใจว่าจะสร้างผลตอบแทนให้กับสมาชิกได้ตามเป้าหมายที่วางไว้คือ ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3%
นอกจากนี้ ปี 2569 กบข. ให้ความสำคัญกระตุ้นให้สมาชิกออมเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง พร้อมพัฒนากลยุทธ์การลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข

กบข. ปรับ SAA และนิยามประเภทสินทรัพย์ใหม่ รับเศรษฐกิจผันผวน
นายทรงพล กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กบข. ขับเคลื่อนการลงทุนเชิงรุกด้วยการปรับนโยบายจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation: SAA) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งได้ปรับนิยามและมุมมองต่อประเภทสินทรัพย์การลงทุน จากเดิมที่แบ่งเป็นสินทรัพย์มั่นคงสูงและสินทรัพย์เสี่ยง มาเป็นการพิจารณาแนวการจัดกลุ่มสินทรัพย์เชิงรุกและสินทรัพย์เชิงรับ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพ การลงทุนในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิก ส่งผลให้ในปี 2568 กบข. สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนกองสมาชิกได้ดีกว่าที่คาดหมาย
นอกจากนี้ กบข. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกในระยะยาว โดยในปี 2568 กบข. สามารถเพิ่มสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสบรรลุเงินก้อนเพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตหลังเกษียณอย่างมีสุข ในระดับดี (P75) จาก 18% ในปี 2567 เป็น 25% ลดสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสไม่บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความเสี่ยงความผันผวนที่รุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี

กบข. จัดทัพผู้บริหาร เดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้สมาชิกเกษียณอย่างมีสุข
นายทรงพล กล่าวว่า กบข. ได้แต่งตั้งทีมผู้บริหารระดับสูงให้การทำงานมีประสิทธิภาพ รองรับสถาน์การณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างผลตอบที่ดีกับสมาชิก รวมถึงการสื่อสารให้สมาชิกเข้าใจแผนการลงทุนที่มีเหมาะสม จะได้ให้สมาชิกมีชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข โดยทีมผู้บริหารประกอบด้วย
นายอาสา อินทรวิชัย รองเลขาธิการและผู้บริหารกลุ่มงานลงทุน
นายแมน ชุติชูเดช รองเลขาธิการและผู้บริหารกลุ่มงานยุทธศาสตร์
นายสุจินดา สุขุม รองเลขาธิการสำนักที่ปรึกษาเลขาธิการ
นายรณชัย วินทวามร รองเลขาธิการและผู้บริหารกลุ่มงานบริหารความเสี่ยง
นางสาววรรณา พรเจริญวาสน์ รองเลขาธิการและผู้บริหารกลุ่มงานบริหารและปฏิบัติการ
นางสาวดวงใจ เจริญชัย รองเลขาธิการและผู้บริหารกลุ่มงานสมาชิกสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร

เกี่ยวกับ กบข.
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ ส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก และจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่สมาชิก กบข. มีสถานะเป็นองค์กรของรัฐจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะไม่มีสถานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ มีคณะกรรมการ กบข. เป็นผู้กำหนดนโยบาย ปัจจุบัน กบข. มีสมาชิกประมาณ 1.27 ล้านคน มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิประมาณ 1.49 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 2568)




