‘อภิสิทธิ์’ ลงสงขลา ชู “การเมืองสุจริต”

Date:

จังหวัดสงขลา (2 ก.พ. 2569)   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่อุทยานนกน้ำคูขุด อำเภอสทิ้งพระ จังหวัดสงขลา เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. เขต 4 ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่น

ย้อนรอยความผูกพัน “ยามสุขร่วมเสพ ยามทุกข์ร่วมต้าน

ในช่วงต้นของการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นกับพี่น้องภาคใต้ โดยเฉพาะในยามวิกฤตอย่างเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่และจังหวัดพัทลุง ซึ่งตนได้ลงพื้นที่คลุกคลีและร่วมแก้ไขปัญหามาโดยตลอด รวมถึงความประทับใจที่มีต่อประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การได้มีโอกาสร่วมงานบุญที่วัดดอนเก็จ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าไม่เคยทอดทิ้งกัน

 ส่งต่อไม้ต่อจาก “รุ่นเก๋า” สู่ “รุ่นใหม่” 

นายอภิสิทธิ์ ได้แนะนำ ผู้สมัคร สส. เขต 4  สงขลาของพรรค คือ นายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม เป็นบุตรชายของ นายวินัย เสนเนียม และเป็นหลานชายของ นายถาวร เสนเนียม อดีต สส.สงขลาพรรคประชาธิปัตย์ 

โดยได้เปรียบเทียบว่า ในวัย 27 ปี ทำให้ตนนึกถึงตัวเองในอดีต เพราะเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองครั้งแรกในอายุ 27 ปีเท่ากัน พร้อมเล่าเบื้องหลังที่น่าประทับใจว่า เคยทำงานเป็นอาสาสมัครแจกใบปลิวร่วมกับนายวินัย เสียมเนียม (บิดาของนายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม ) มาตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น

“สิ่งที่ผมประหลาดใจมากกว่านั้นก็คือ เมื่อได้คุยกับคุณพ่อของคุณบาส คือท่านอดีต ส.ส. วินัย เสียมเนียม ผมถึงได้ทราบว่าเราสองคนนั้นมีประวัติที่เกี่ยวพันกันมาอย่างยาวนาน ท่าน ส.ส. วินัย เล่าให้ผมฟังว่า เมื่อตอนที่ผมจบมัธยมปลายใหม่ ๆ ผมไปเป็นอาสาสมัครช่วยพรรคประชาธิปัตย์หาเสียงที่เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ให้กับท่านพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรค ปรากฏว่าคุณวินัยในตอนนั้นก็ไปเป็นอาสาสมัครช่วยหาเสียงเหมือนกัน เราสองคนเดินแจกใบปลิวด้วยกันอยู่ที่คลองเตยเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วครับ

สิ่งนี้บอกอะไรกับเราครับ? มันบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่สร้างคน เป็นพรรคการเมืองที่เปิดโอกาสให้คนที่มีอุดมการณ์ มีความตั้งใจ อยากจะทำงานเพื่อส่วนรวม ได้ก้าวเข้ามามีบทบาท

ผมเป็นหัวหน้าพรรคมานาน ผมทราบดีว่าพรรคเราผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ มีคนสบประมาท มีคนวิพากษ์วิจารณ์ แต่สิ่งที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ยังคงอยู่คู่กับสังคมไทยมาได้เกือบ 80 ปี ก็คือการยึดมั่นในความถูกต้อง การยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และการไม่หยุดที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ ๆ ขึ้นมาทำงาน” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 พร้อมกันนี้ยังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ขอเชิญชวนชาวสงขลามาสร้างประวัติศาสตร์ การเมืองสุจริต ว่าวัตถุประสงค์สำคัญในการลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการเชิญชวนพี่น้องชาวสงขลามาร่วมกันสร้าง “การเมืองสุจริต” ให้เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการพลิกโฉมหน้าการเมืองไทย โดยเน้นย้ำว่าหากได้รับโอกาสเข้าไปทำงาน จะใช้แนวทางที่โปร่งใสขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและขจัดความยากจนให้หมดไปจากประเทศไทย

 แนะประชาชน “ใจแข็ง” ก้าวข้ามอิทธิพลเงิน 

เมื่อถูกถามถึงความกังวลเรื่องการใช้อำนาจเงินและอิทธิพลในพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ ให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้กระแสตอบรับในตัวผู้สมัครจะดีเยี่ยม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ หัวใจของประชาชน  เงินทองที่นำมาแจกจ่ายในช่วงเลือกตั้งนั้นไม่คุ้มค่าเลยเมื่อเทียบกับอนาคตของบ้านเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการส่งผู้สมัครที่มีปัญหาทางคดีความเข้าสู่สภา โดยเชื่อมั่นว่าพี่น้องชาวสงขลาจะร่วมกันสนับสนุนการเมืองที่ใสสะอาดเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับคนทั้งประเทศ

“จริงๆ แล้วคะแนนนิยมมันก็ดีทั้งคนทั้งเขต อยู่ที่พี่น้องประชาชนล่ะครับ ต้องใจแข็งครับ อย่าให้เขามาชักจูงด้วยวิธีอื่นเท่านั้นเองครับ เลือกคนที่ดีที่สุด เลือกพรรคที่ดีที่สุด ตามใจของพี่น้องครับ อย่าปล่อยให้ถูกครอบงำโดยเรื่องอื่นครับ ผมก็มาพูดกับพี่น้องประชาชนทุกครั้งนะครับ และก็วันนี้ด้วย  ชัดเจนครับว่าเงินทองเหล่านั้นไม่คุ้มหรอกครับ และพี่น้องทั่วประเทศกำลังจับตาดูอยู่นะครับ ว่าพี่น้องชาวสงขลาจะสนับสนุนการเมืองที่สุจริตไหม หรือแม้กระทั่งคนที่ปัจจุบันนี้มีปัญหาในทางคดีความแล้ว ก็ยังส่งเข้าสภาครับ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

กิมหยงแตก ‘อภิสิทธิ์’ ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย 

วันที่ 2 ก.พ. 2569 ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค พร้อมกับ นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9 จิบชายามเช้า ที่ร้านฮัจยีสัน ร้านชาชื่อดังของหาดใหญ่ จ.สงขลา โดยนายอภิสิทธิ์ ได้ดื่มชา รับประทานข้าวเหนียวไก่ทอด และ โรตี พร้อมพูดคุยกับภาคธุรกิจในพื้นที่ รับฟังเสียงสะท้อน หลังน้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อปลายปีที่ 2568 โดยภาคธุรกิจต้องการให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยมากขึ้น 

ขณะเดียวกันมีพี่น้องชาวหาดใหญ่นำลูกหลานมาร่วมถ่ายรูป และโปสเตอร์ภาพนายอภิสิทธิ์สวมสูท ซึ่งใช้ในการหาเสียง เมื่อปี 2544 ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุข้อความว่า “โปรดเลือกพรรคประชาธิปัตย์ กาเบอร์ 16 ทั้ง 2 ใบ” มาให้นายอภิสิทธิ์ เซ็นด้วย จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เดินทางไปที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่มารับบริการ 

ก่อนจะเดินทางไปเดินตลาดกิมหยง ซึ่งทันทีที่ถึงตลาดประชาชนแห่รุมล้อมขอถ่ายเซลฟี มอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัยดาวเรือง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักชาวตลาดกิมหยงร้องเพลง “ปักษ์ใต้บ้านเรา”ต้อนรับคณะของนายอภิสิทธิ์ สร้างสีสันการหาเสียง เป็นอย่างดี และยังมีประชาชนนำรูปเมื่อสมัย 20 ปีก่อนของนายอภิสิทธิ์ มาขอลายเซ็น พร้อมบอกว่าชอบนายอภิสิทธิ์ตั้งแต่สมัยตนเองอยู่ ม.ต้น ขณะเดียวกันบรรดาแม่ค้า ส่งเสียงกรี๊ด บอกเอารักมาฝาก พร้อมกับตะโกนเรียกเป็นภาษาใต้ว่า “พี่มาร์ค ไม่พัก ต้องขายของแล้ว คนหล่อมาพันนี้” (แปลว่าไม่ทำอะไรแล้ววันนี้ คนหล่อมาๆ) และบอกว่า นักท่องเที่ยวมาเลเซียยังยืนงง บรรยากาศบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างกรูกันเข้ามาขอถ่ายรูป

คนใต้เทใจ ปชป. หนุน ‘อภิสิทธิ์’ เป็นนายกฯ

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นาย กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วยหาเสียงให้นาย สมชาติ ประดิษฐพร หรือ “พี่อ้อย” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 หมายเลข 5 ขอคะแนนจากประชาชนในอำเภอพุนพินและอำเภอบ้านตาขุน ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งเขต 4

ช่วงเช้า นายกรณ์พร้อมนายสมชาติ ได้นั่งเรือข้ามแม่น้ำตาปี ไปยังตลาดพุนพิน ตลาดใหญ่ลำดับสองของจังหวัด ท่ามกลางชุมชนหนาแน่นและพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีเสียงตะโกนสนับสนุน “คนใต้ต้องเลือกประชาธิปัตย์ เพื่อไม่ให้สมบัติพ่อเฒ่าสูญ” สะท้อนความผูกพันของพรรคการเมืองเก่าแก่ที่อยู่คู่คนใต้มายาวนานกว่า 80 ปี

ไฮไลต์สำคัญ เกิดขึ้นเมื่อมีชาวบ้านผู้ติดตามเวทีปราศรัยพรรคอย่างต่อเนื่อง เดินทางไปดักพบนายกรณ์ ที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี เพื่อขอลายเซ็นบนเสื้อที่มีรายชื่อผู้นำพรรคในอดีตและปัจจุบัน ได้แก่ นาย บัญญัติ บรรทัดฐาน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และตั้งใจจะไปขอลายเซ็น นาย ชวน หลีกภัย ที่เวทีปราศรัยจังหวัดตรัง วันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ขณะเดียวกัน คุณป้าชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวชัด “คนใต้ต้องเลือกพรรคของคนใต้ เพื่อให้หัวหน้าพรรคได้เป็นนายกฯ”

ตลอดเส้นทาง มีประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้ามาขอถ่ายภาพ มอบดอกกุหลาบและพวงมาลัย พร้อมฝากความหวังให้ช่วยแก้ปัญหาปากท้องผู้ค้าผู้ขาย โดยต่างส่งเสียงเชียร์ “สุราษฎร์เขต 4 เลือก 527 เลขเด็ด” เทใจให้ทั้งเบอร์ผู้สมัคร 5 และเบอร์พรรค 27

จากนั้น คณะเดินทางต่อไปยังศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบ้านตาขุน แหล่งผลิตพริกแกงปักษ์ใต้โอทอปชื่อดัง จำหน่ายทั่วประเทศ กลุ่มแม่บ้านผู้แทนชุมชนระบุว่า โครงการดังกล่าวสร้างงาน สร้างรายได้ และแบ่งปันผลกำไรคืนสมาชิกอย่างเป็นธรรม

นายกรณ์กล่าวชื่นชมรูปแบบเศรษฐกิจชุมชนเช่นนี้ ระบุว่าเป็นแนวทางที่เคยประสบความสำเร็จสูงในหลายพื้นที่ หากพรรคได้โอกาสเป็นรัฐบาล พร้อมกลับมาหนุนเสริมอย่างเป็นรูปธรรม

ก่อนกลับ นายกรณ์ฝากย้ำหมายเลขเลือกตั้ง “เบอร์ 5 พี่อ้อย และเบอร์พรรค 27” พร้อมระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์กลับมาแข็งแรงและมีพลังคนรุ่นใหม่มากขึ้น ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ การจะมีบทบาทในสภาหรือรัฐบาลขึ้นอยู่กับจำนวน สส. ที่ประชาชนเลือกเข้าไป สำหรับนายสมชาติ แม้เคยเว้นวรรคการเมืองไประยะหนึ่ง แต่เป็นบุคลากรที่พรรคเชื่อมั่นและรู้จักดี จึงขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนให้ “527” เข้าไปทำงานในสภา เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศต่อไป

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

วิจัยกรุงศรี คาดส่งออกไทยปี 2569 แผ่ว

วิจัยกรุงศรี คาดส่งออกไทยปี 2569 แผ่ว จากความตึงเครียดทางการค้าและปัญหาด้านความสามารถการแข่งขันของไทยลดลง

SME D Bank ทุบสถิติ พาเอสเอ็มอีถึงแหล่งทุนทะลุ 7.9 หมื่นล้าน

SME D Bank ทุบสถิติ พาเอสเอ็มอีถึงแหล่งทุนทะลุ 7.9 หมื่นล้าน ปักธงปี 69 มุ่ง “พัฒนาคู่เติมทุน” ยกระดับเพิ่มศักยภาพรายเล็ก

นายกฯ อนุทิน บอกดี ประชาชนแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า

นายกฯ อนุทิน บอกดี ประชาชนแห่ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ร้องหืม หลัง “ธนาธร” บอกมองจากดาวอังคารพรรคประชาชนชนะ

ประกันสังคม จ่ายเงินชดเชยว่างงาน กว่า 2 แสนราย  

ประกันสังคม จ่ายเงินชดเชยว่างงาน กว่า 2 แสนราย ‘ตรีนุช’ สั่งเร่งจ่ายเงินบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกันตนให้มากที่สุด