
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โพสต์เฟสบุ๊ก “อมรเทพ จาวะลา” ระบุว่า
ผลกระทบจากการจลาจลในอินโดนีเซียต่อเศรษฐกิจไทย
ล่าสุดมีการจราจลที่เมืองจาการ์ตาของอินโดนีเซีย จากความไม่พอใจของประชาชนต่อความเหลื่อมล้ำ หลังมีการเปิดเผยว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับ เบี้ยเลี้ยงค่าที่พักในระดับสูงเกินควร ราว 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ประชาชนต้องเผชิญ เงินเฟ้อสูง ค่าครองชีพแพง และรายได้ที่ไม่เพิ่มขึ้น ทำให้มองว่ารัฐบาลและชนชั้นนำไม่สนใจความทุกข์ของประชาชน
เหตุการณ์จุดชนวนที่ทำให้การประท้วงใหญ่โตขึ้นเกิดจากการเสียชีวิตของผู้ประท้วงระหว่างการสลายการชุมนุมของตำรวจ จุดไฟโกรธทั่วประเทศ กลายเป็นสัญลักษณ์ของการใช้กำลังเกินกว่าเหตุและการเพิกเฉยต่อความยุติธรรม อีกทั้งความไว้วางใจต่อรัฐบาลที่สะสมมานานจาก การทุจริต การขาดความโปร่งใส และการบริหารที่อ่อนแอ ช่องว่างระหว่างชนชั้นการเมืองกับประชาชนรากหญ้ากว้างขึ้น เบี้ยเลี้ยงจึงกลายเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย”
หลังจสกนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมลองตั้งฉากทัศน์ของผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
ฉากทัศน์ 1: การจลาจลถูกควบคุม (สถานการณ์ดีขึ้น)
การตอบสนองของรัฐบาล: ระงับเบี้ยเลี้ยงทันที ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระ ชดเชยครอบครัวผู้เสียชีวิต ปฏิรูปเบี้ยเลี้ยงและมาตรการควบคุมฝูงชน
บรรยากาศสังคม: ประชาชนเริ่มคลายความโกรธ เห็นว่าการประท้วงได้ผล
ผลกระทบเศรษฐกิจ: ตลาดเงินและหุ้นกลับมาทรงตัว ความเชื่อมั่นฟื้นตัวช้าแต่ต่อเนื่อง
การเมือง: ประธานาธิบดีปราโบโวยังรักษาความชอบธรรมได้ แต่ต้องทำตามคำมั่นสัญญาเรื่องปฏิรูป
ฉากทัศน์ 2: ความไม่สงบยืดเยื้อ (กดดันความเชื่อมั่น)
การตอบสนองของรัฐบาล: การสอบสวนล่าช้า ผลการปฏิรูปอ่อนลง ถูกมองว่าปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นนำ
บรรยากาศสังคม: กลุ่มแรงงาน เกษตรกร และศาสนาร่วมการประท้วง การชุมนุมรายสัปดาห์ในหลายเมือง
ผลกระทบเศรษฐกิจ: เงินรูเปียะห์อ่อน หุ้นตก เงินทุนต่างชาติไหลออก ภาคการท่องเที่ยวและค้าปลีกซบเซา
การเมือง: การบริหารเป็นอัมพาต ฝ่ายค้านได้แรงสนับสนุนมากขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นเปลี่ยนรัฐบาล
ฉากทัศน์ 3: ความรุนแรงลุกลาม (วิกฤติการเมือง)
จุดชนวน: มีการใช้ความรุนแรงเพิ่ม หรือรัฐสภาปฏิเสธการปฏิรูปเบี้ยเลี้ยง
บรรยากาศสังคม: จลาจลลุกลามทั่วประเทศ มีการนัดหยุดงาน การเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ความจงรักภักดีของกองทัพและตำรวจสั่นคลอน
ผลกระทบเศรษฐกิจ: เงินทุนไหลออก ตลาดหุ้นตกมากกว่า 20% เข้าสู่ภาวะตลาดหมี เศรษฐกิจเสี่ยงถดถอยรุนแรง
การเมือง: ปราโบโวอาจถูกกดดันให้ลาออก รองประธานาธิบดีคิบรานหรือรัฐบาลเฉพาะกิจอาจเข้ามาบริหาร พร้อมจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดเพื่อสร้างความชอบธรรมใหม่
ไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างไร
1. การค้าและการลงทุน : อินโดนีเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่และคู่ค้าในอาเซียน หากเศรษฐกิจชะลอจากความไม่สงบ อาจกระทบคำสั่งซื้อสินค้าจากไทย โดยเฉพาะ ยานยนต์ ชิ้นส่วน และสินค้าอุปโภคบริโภค อีกทั้งการลงทุนโดยตรงระหว่างกันอาจชะลอตัว นักลงทุนอาจมองหาประเทศเพื่อนบ้านที่มีเสถียรภาพมากกว่า เช่น ไทยและเวียดนาม นอกจากนี้ ความผันผวนของรูเปียห์อาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาท และตลาดหุ้นไทยจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ
2. ด้านท่องเที่ยว : ความไม่สงบในอินโดนีเซียอาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเลี่ยงเดินทางไปประเทศนั้น และเลือกไทยแทน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลีย ยุโรป และตะวันออกกลาง แต่หากสถานการณ์ลุกลามจนกระทบภาพรวมภูมิภาค อาจทำให้ความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวอาเซียนลดลงเล็กน้อย
3. ด้านการเมืองและความมั่นคง : ไทยอาจใช้บทเรียนจากอินโดนีเซียในการจัดการประเด็น ความเหลื่อมล้ำและการตอบสนองต่อการประท้วง ความไม่สงบยืดเยื้อหรือวิกฤติการเมืองอาจเปิดโอกาสให้ไทยมีบทบาทมากขึ้นในเวทีอาเซียนด้านเศรษฐกิจและการเจรจาระหว่างประเทศ
สรุป
หากสถานการณ์ ควบคุมได้ (ฉากทัศน์ 1) ผลกระทบต่อไทยจะจำกัดและอาจสร้างโอกาสจากการไหลเข้าของนักลงทุนบางส่วน
หาก ยืดเยื้อ (ฉากทัศน์ 2) ไทยอาจได้รับแรงกดดันจากตลาดการเงินและการค้า แต่ยังพอรับมือได้
หาก ลุกลามรุนแรง (ฉากทัศน์ 3) ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่ออาเซียนอาจสั่นคลอน ไทยต้องรับแรงผันผวนสูง แต่ก็อาจดึงดูดเงินลงทุนที่หนีออกจากอินโดนีเซียได้เช่นกัน