“ศุภจี” ใช้โมเดลขายข้าวรัฐต่อรัฐกับสิงคโปร์ ต่อยอดสู่สินค้าเกษตรอื่น

Date:

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การลงนามสัญญาซื้อขายข้าวกับสิงคโปร์ถือเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการในลักษณะรัฐต่อรัฐ (G-to-G) ซึ่งที่ผ่านมา การค้าข้าวระหว่างไทยกับสิงคโปร์เป็นการซื้อขายโดยภาคเอกชนเป็นหลัก แต่ครั้งนี้มีความสำคัญใน 2 มิติ คือ

1.เป็นความร่วมมือซื้อข้าวระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลครั้งแรก

2.เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารระหว่างประเทศ มากกว่าการค้าข้าวในเชิงพาณิชย์ทั่วไป

นางศุภจี กล่าวว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด และในยุคที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งจากปัจจัยภูมิอากาศ ภูมิรัฐศาสตร์ และโรคระบาด หลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรม มีศักยภาพด้านสินค้าอาหารและวัตถุดิบ จึงสามารถเป็นพันธมิตรสำคัญในการส่งเสริมเสถียรภาพด้านอาหารให้กับประเทศคู่ค้า

“ข้อตกลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการขายข้าว แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ เป็นโมเดลที่เริ่มต้นจากสินค้า ‘ข้าว’ จำนวน 100,000 ตันในระยะเวลา 5 ปี และสามารถต่อยอดสู่สินค้าเกษตรอื่น เช่น เนื้อหมู ไก่ และสินค้าเกษตรสดประเภทต่างๆ ได้ในอนาคต” นางศุภจี กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้หารือกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ตะวันออกกลาง รวมถึงยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งหลายประเทศให้ความสนใจในโมเดล “Food Security” ของไทย โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารจำนวนมาก

“โมเดลนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ทั้งในมิติของประเทศและประเภทสินค้า โดยเริ่มจากการร่วมมือกับสิงคโปร์ในสินค้า ‘ข้าว’ และสามารถขยายผลไปสู่ประเทศอื่น รวมถึงสินค้าเกษตรประเภทอื่นในระยะต่อไป เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านอาหารในระดับภูมิภาคและระดับโลก” นางศุภจี กล่าว

นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวโน้มการปรับโครงสร้างการค้าโลก (trade diversion) ที่หลายประเทศปรับแหล่งนำเข้าและส่งออกสินค้าใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน (world supply chain) ซึ่งประเทศไทยสามารถใช้จังหวะนี้ในการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ให้สินค้าเกษตรไทยมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก

พร้อมกันนี้ นางศุภจียังกล่าวถึงการดำเนินนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในช่วง 4 เดือนของรัฐบาล ว่า จะผลักดันโครงการกว่า 20 โครงการ ครอบคลุม 7 นโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์ รวมกว่า 70 กิจกรรม อาทิ

-โครงการ “สุขกายสบายกระเป๋า” ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาราคายุติธรรม

-โครงการธงฟ้าและธงเขียว เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตของเกษตรกร

-การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์ โดยร่วมมือกับธนาคารเอสเอ็มอี (SME D Bank) เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดเล็กเติบโตได้รวดเร็วขึ้น

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยใช้ข้อมูลพยากรณ์อุปสงค์และอุปทานล่วงหน้า (Forecast) เพื่อประเมินผลกระทบต่อสินค้าและราคา พร้อมเตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มเติมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน ยัน ไม่มีหยุดยิงกัมพูชา

นายกฯ อนุทิน ยัน ไม่มีหยุดยิงกัมพูชา 22.00 น. ตาม ”อันวาร์“ โพสต์ จี้กัมพูชา ต้องแสดงความจริงใจเสนอทางออกให้ไทยพิจารณา

นายกฯ อนุทิน ลั่น ยังไม่ถึงเวลาเจรจาหยุดยิง ตอบโต้กัมพูชา

นายกฯ อนุทิน ลั่น ยังไม่ถึงเวลาเจรจาหยุดยิง ตอบโต้กัมพูชา หลัง ‘อันวาร์’ ขีดเส้น 4 ทุ่มคืนนี้

นายกฯ อนุทิน เมินโพสต์ “ทรัมป์” ขอเอาเวลาไปคุ้มครองคนไทย

นายกฯ อนุทิน เมินโพสต์ “ทรัมป์” ขอไม่ต่อล้อต่อเถียง  เอาเวลาคุ้มครองอธิปไตย -คนไทย  พร้อมถามกี่ขา กี่ศพแล้ว ยันไม่มีคุยเรื่องหยุดยิง

นายก อนุทิน โต้ “ทรัมป์” ทหารไทยเหยียบกับระเบิดไม่ใช่อุบัติเหตุ

นายก อนุทิน โต้ “ทรัมป์” ทหารไทยเหยียบกับระเบิดไม่ใช่อุบัติเหตุ ไทยต้องดำเนินการทางทหารจนกว่าจะรู้สึกไม่มีภัยคุกคามต่อผืนแผ่นดิน