
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBAM เปิดเผยว่า SCBAM ยังมุ่งเดินหน้าและผลักดันการเติบโตของธุรกิจให้เป็น “The Best Fund House” ตามวิสัยทัศน์หลักที่บริษัทตั้งใจ โดยที่ผ่านมา SCBAM ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถการบริหารจัดการกองทุนที่เป็นมืออาชีพ สร้างความเชื่อมั่นจนเป็นที่ไว้วางใจของผู้ลงทุนทุกกลุ่มและได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารจัดการเงินลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2567 SCBAM มี AUM อยู่ที่ 1.94 ล้านล้านบาท ครองแชมป์เป็น บลจ. อันดับ 1 ที่มี AUM สูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรม(*)
ทั้งนี้ ในปี 2568 นี้ SCBAM เชื่อมั่นว่าจะสามารถเดินหน้าสร้างความสำเร็จ ผลักดันให้ AUM เติบโตต่อเนื่องสู่ 2 ล้านล้านบาทได้ ด้วย 3 แนวทางขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน แนวทางแรก คือ การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร ผสานกับผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย และโซลูชันการลงทุนที่ตรงใจผู้ลงทุน ตอบรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสภาวะตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในส่วนที่สอง คือ การเติบโตอย่างยั่งยืนด้านการลงทุนที่ SCBAM จะมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมการลงทุนที่ตอบโจทย์ทุกระดับความต้องการ พร้อมกลยุทธ์การลงทุนเพื่อโอกาสสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนและมีเสถียรภาพ เน้นคัดเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และโปร่งใส ด้วยการใช้เทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน และส่วนสุดท้าย คือ การเติบโตอย่างยั่งยืนด้านการให้บริการที่ SCBAM ขับเคลื่อนภายใต้การจัดการที่เป็นเลิศและรองรับการเติบโตอย่างปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาการบริการและแพลตฟอร์มการลงทุนที่ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่าย พร้อมสร้างประสบการณ์การลงทุนที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ลงทุนในยุคดิจิทัลนี้ได้อย่างเต็มที่
“ปีนี้ SCBAM คาดว่าจะมีมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนมากกว่า 2 ล้านล้านบาท และตั้งเป้าในอีก 3 ปีข้่างหน้าตั้งเป้าใ้ห้ได้ 3 ล้านล้านบาท และมีนักลงทุน 1 ล้านบัญชี” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
นางสาวพิณแก้ว ทรายแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด เปิดเผยว่า ด้วยเป้าหมายการเติบโต AUM ปีนี้สู่ 2 ล้านล้านบาท แรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากกลุ่มธุรกิจกองทุนรวม ควบคู่กับการสร้างการเติบโตที่สมดุลไปกับธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พร้อมกันนี้ SCBAM มี Roadmap สร้างการเติบโตผ่านความร่วมมืออย่างเข้มข้นกับพันธมิตร ที่จะเน้นการวางแผนทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่แตกต่าง รวมถึงนำเสนอผลิตภัณฑ์กองทุนที่สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มผู้ลงทุนของพันธมิตร ซึ่ง SCBAM เชื่อว่า การเติบโตไปด้วยกัน คือแนวทางการเติบโตที่ยั่งยืน โดย SCBAM พร้อมเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงที่ส่งมอบโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์นี้ให้ผู้ลงทุนอย่างแท้จริง นอกจากนั้น ด้วยความร่วมมือนี้ SCBAM จะสามารถสร้างฐานผู้ลงทุนที่แข็งแกร่งได้ครอบคลุม 1 ล้านรายตามเป้าหมาย ด้วยกลุ่มผู้ลงทุนรุ่นใหม่ที่เริ่มสนใจเรื่องการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้งานง่าย อย่างแอปพลิเคชัน SCBAM Fund Click ที่มีความพิเศษจากกองทุน e-class ฟรีค่าธรรมเนียม
นอกจากนี้ SCBAM เตรียมพร้อมนำเสนอทางเลือกการลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ครอบคลุมหลากหลายสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุน Principal-Protected Fund ที่ผู้ลงทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนตามสินทรัพย์อ้างอิง พร้อมช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนเงินต้น เหมาะกับสภาวะที่ตลาดผันผวน ทางเลือกการลงทุนในกองทุนรวมด้วยสกุลเงินต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐด้วย หรือกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Private Assets, Hedge Fund, Digital Assets เพื่อตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่ ควบคู่กับสื่อสารข้อมูลการลงทุนอย่างรวดเร็วและทันต่อสภาวะตลาด เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ ซึ่ง SCBAM เชื่อมั่นว่าการเติบโตที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้จากการเข้าใจผู้ลงทุนอย่างลึกซึ้ง และการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน เปิดเผยแนวทางขับเคลื่อนด้านการลงทุนว่า SCBAM ยังมุ่งมั่นหลักการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับ 3 แนวทางหลัก คือ
(1) การสร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนอย่างยั่งยืน ด้วยการคัดสรรโอกาสการลงทุนที่หลากหลายจากทั่วโลก นำเสนอรูปแบบนวัตกรรมและกลยุทธ์การลงทุนใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนได้ในทุกกลุ่ม โดย SCBAM ได้นำเทคโนโลยี Machine Learning มาใช้ในการช่วยคัดสรร วิเคราะห์ข้อมูลอย่างเข้มข้น และการประมวลผลข้อมูลให้มีความแม่นยำ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน และสามารถบริหารจัดการกองทุนได้อย่างมีประสิทธิผลและน่าเชื่อถือ ให้พร้อมรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกองทุนที่หลากหลาย และมีกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของตนเองได้
(2) ขยายฐานการเติบโตของกองทุนคุณภาพ โดยในช่วงที่ผ่านมา SCBAM ได้ผลักดันการเติบโตด้านการบริหารจัดการกองทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากการนำเสนอกองทุนรวมกับผู้ลงทุนทั่วไปแล้ว SCBAM ยังได้ร่วมมือกับกลุ่ม SCBX ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนรูปแบบใหม่ ให้กับผู้ลงทุนกลุ่ม Wealth ผ่านความร่วมมือของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กับ BlackRock บลจ. อันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย นอกจากนี้ ในด้านกองทุนคุณภาพ SCBAM มีจำนวนกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับ Rating 5 ดาว และ 4 ดาว จาก Morningstar จำนวน 90 กองทุน (ข้อมูล Morningstar ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2567) ซึ่งมากที่สุดในอุตสาหกรรม
และ (3) การลงทุนที่ยั่งยืน SCBAM ผลักดันแนวทางการลงทุนอย่างยั่งยืนมาต่อเนื่องกว่า 10 ปี ตั้งแต่การเข้าร่วมกับแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) อีกทั้ง ในปีที่ผ่านมา SCBAM ได้เข้าร่วมลงนามเป็นสมาชิก United Nations Principles for Responsible Investment: UN PRI เน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการสนับสนุนการลงทุนที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืน โดย SCBAM จะผสานกลยุทธ์การลงทุนด้วยแนวคิด Sustainability ที่เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่การเลือกลงทุนในบริษัทที่มี ESG ในเกณฑ์ดี แต่ยังร่วมมือผลักดันภาคธุรกิจให้พัฒนาไปในทิศทางที่ยั่งยืนร่วมกันด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมเชิงรุก (Engagement) เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับการลงทุนในระยะยาวอย่างแท้จริง
นางปิ่นสุดา ภู่วิภาดาวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ เปิดเผยว่า SCBAM มีกลยุทธ์เชิงรุกในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เพื่อรองรับนวัตกรรมด้านการลงทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ การให้บริการที่สะดวกรวดเร็วแก่ผู้ลงทุนและตัวแทนขายหน่วยลงทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีอย่างยั่งยืนแก่ผู้ลงทุน รวมถึงให้ความสำคัญกับการมีระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสากล โดยครอบคลุมถึงการปกป้องข้อมูลทางธุรกิจขององค์กรและการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความปลอดภัย
นอกจากนี้ SCBAM มีแผนการนำ Omnichannel มาใช้เชื่อมโยงช่องทางและบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ อีกทั้ง ยังได้นำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (RPA) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว SCBAM พร้อมก้าวเข้าสู่การเป็น “The Best Fund House” ด้วยระบบงานและบริการที่ทันสมัย มีเสถียรภาพ โปร่งใส ปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนในระยะยาว
เกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด
(*) บลจ. ไทยพาณิชย์ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (AUM) ณ สิ้นปี 2567 เป็นมูลค่ารวมกว่า 1,935,347 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 20% โดยแบ่งสัดส่วนมูลค่าทรัพย์สินตามกลุ่มธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มธุรกิจกองทุนรวม (MF; Mutual Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 1,074,500 ล้านบาท คิดเป็น 18% (2) กลุ่มธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล (PF; Private Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 647,792 ล้านบาท คิดเป็น 29% และ (3) กลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD; Provident Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 213,055 ล้านบาท คิดเป็น 14% (ที่มา: สมาคมบริษัทจัดการลงทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567)