
นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า ผลประกอบการบริษัท ในปี 2568 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 2,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 เป็นจำนวน 631 ล้านบาท คิดเป็น 34% โดยมีกำไรสุทธิ 197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปี 2567 ทั้งรายได้และกำไรนับเป็นจุดสูงสุดใหม่ของบริษัท (New High) ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมีงานอยู่ในมือที่ยังไม่ได้รับรู้รายได้ (Backlog) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มูลค่า 5,395 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากสิ้นปี 2567
ปัจจัยหลักมาจากธุรกิจที่ปรึกษาและการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่ที่บริษัทรับผิดชอบระหว่างปี ทั้งในส่วนธุรกิจหลักและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับแผนการเติบโตของบริษัทจากการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการศึกษา ออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้างไปสู่การรับงานในโครงการรูปแบบการก่อสร้างแบบครบวงจร ได้แก่ การให้บริการด้านวิศวกรรม การจัดซื้อ และการก่อสร้าง หรือ EPC (Engineering Procurement, and Construction) โครงการ EPC ที่สำคัญที่ได้รับในปี 2568 เช่น ระบบสาธารณูปโภค งานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะด้าน เป็นต้น
สำหรับทิศทางในการดำเนินงานในปี 2569 นี้ บริษัทมุ่งเน้นงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่นคงสูงและมีเม็ดเงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเติบโตด้วยการขยายสัดส่วนรับงานรูปแบบ EPC เสริมความแข็งแกร่งให้ Backlog โดยในปีนี้ พุ่งเป้าโครงการเมกะโปรเจกต์ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เช่น ด้านระบบรางและคมนาคมขนส่ง ด้านท่าอากาศยานและการบิน ที่คาดว่าจะมีงบประมาณจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการเติบโตในโครงการรูปแบบ EPC
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการงวดปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยจ่ายเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.16 บาทหรือคิดเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 130.86 ล้านบาท ประกาศขึ้น XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดยเงินปันผลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายกำหนด โดยบริษัท กำหนดจ่ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้สิทธิในการรับเงินปันผลจะรอการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อีกครั้ง
นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมาบริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปพร้อมกับความยั่งยืน จนได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน “SET ESG Ratings ประจำปี 2568” ในระดับ “AAA” ซึ่งเป็นระดับสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่คำนึงถึงการลงทุนในกิจการที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ 5 ดาวหรือดีเลิศ ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนหรือ CGR (Corporate Governance Report of Thai Listed) ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันอีกด้วย




