
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท และตลาดหุ้นไทย (สัปดาห์ที่ 31 มี.ค. – 4 เม.ย. 68) ในส่วนของค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือนครึ่ง ที่ 34.44 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังจากที่ ปธน. ทรัมป์ ประกาศภาษีตอบโต้ทางการค้ากับหลายประเทศที่เกินดุลกับสหรัฐฯ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งโดยรวมมีความรุนแรงมากกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ และทำให้เกิดความกังวลว่า สถานการณ์ของสงครามการค้าที่อาจตึงเครียดมากขึ้นจะมีผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
สำหรับ ตลาดหุ้นไท ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มแบงก์ ซึ่งประเมินว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
อย่างไรก็ดีหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากเหตุการณ์ดังกล่าวปรับตัวได้ดีสวนทางภาพรวม ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนในเวลาต่อมา หลังตลาดประเมินว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นเพียงปัจจัยลบระยะสั้น
ก่อนจะกลับไปร่วงลงแรงหลังสหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีตอบโต้กับประเทศคู่ค้า (บังคับใช้ตั้งแต่ 9 เม.ย. เป็นต้นไป) ซึ่งไทยถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นทุกกลุ่มเพื่อลดสถานะความเสี่ยง ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 1,122.51 จุด อนึ่ง
สำหรับ สัปดาห์ที่ 8-11 เม.ย. 2568 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,110 และ 1,100 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,135 และ 1,150 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ทิศทางเงินทุนต่างชาติ บันทึกการประชุมเฟด (18-19 มี.ค.) ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมี.ค. ของสหรัฐฯ และจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมี.ค. ของญี่ปุ่น รวมถึงยอดค้าปลีกเดือนก.พ. ของยูโรโซน