
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ เปิดเผยว่า ในอีก 2 เดือนข้างหน้าแบงก์ชาติจะออกประกาศ กรณีที่การเบิกเงินสดเกิน 3 หรือ 5 ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์ต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบว่าการเบิกเงินนำไปใช้อะไร และแจ้งธุรกรรมที่ต้องสงสัยมาให้แบงก์ชาติเพื่อตรวขสอบเส้นทางการเงินว่านำไปใช้ในทางที่ผิดอะไร เช่น เงินสพถูกนำไปใช้ซื้อเสียง แบงก์ชาติก็ส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอาผิด หากเป็นความผิดฟอกเงิน ก็จะส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการเอาผิดต่อไป
นายวิทัย กล่าวว่า แบงก์ชาติเป็นผู้ผลิตธนบัตร ถือเป็นต้นเรื่องของเบิกเงินสด ดังนั้นหากมีการเบิกเงินสดจำนวนมากไปใช้ในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ก็เป็นหน้าที่ของแบงก์ชาติต้องมีส่วนรับผิดชอบและแกัปัญหา หากพบว่ามีการเบิกเงินสดถูดนำไปใช้เป็นทุนเทา
ที่ผ่านมา เมื่อกลางเดือนม.ค. 2569 แบงก์ชาติได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบธุรกรรมการเงินที่ต้องสงสัย ให้แบงก์ชาติรับทราบ พบว่า มีกรณีของการเบิกเงินสดครั้งเดี่ยว 250 ล้านบาท และอีกกรณีหนึ่งเบิกเงินสด 200 ล้านบาท ธนาคารละ 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเบิกเงินสดจำนวนมากที่ไม่น่าจะปกติ
“จากนี้ใครจะเบิกเงินสดเยอะ ๆ ถึงจุดหนึ่งต้องถูกตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมาแบงก์ชาติไม่เคยใช้อำนาจในส่วนนี้ ที่ผ่านมาการฝากถอนเงินสด 2 ล้าน สถาบันการเงินไม่ต้องรายงานแบงก์ขาติ แต่ต้องรายงาน ปปง. เท่านั้น จากนี้ใครจะเบิกสดเช่นเกิน 3-5 ล้าน สถาบันการเงินต้องสอบว่านำเงินไปทำอะไร แบงก์ชาติเชื่อว่าการบีบให้ทุกคนมาใช้เงินโอนได้ ปัญหาทุนเทาจะดีขึ้น แบงก์ชาติมองว่าทุนเทากัดกร่อนประเทศจริง ๆ” นายวิทัย กล่าว
นายวิทัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาแบงก์ชาติได้ออกมาตรการคุมเงินเทาอย่างต่อเนื่อง จำกัดการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศบริเวณที่อยู่ชายแดนไม่เกิน 2 แสนบาทต่อคนต่อวัน และร้านแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่เกิน 8 แสนบาทต่อคนต่อวัน
นอกจากนี้ จะมีการคุมการใช้เงินผ่านอีวอลเล็ต ต่างๆ ว่าห้ามเกินจำนวนเท่าไร ซึ่งตอนนี้ให้ผู้ประกอบการแต่ละรายไปกำหนดมาตรการฐานของตัวก่อน และแบงก์ชาติได้เฝ้าติดตาม เพื่อพิจารณาออกเพดานกลางที่เหมาะสมต่อไป




