กสิกรไทยประกาศเป้าหมายปี 2569 เติบโตอย่างสมดุล

Date:

ธนาคารกสิกรไทยประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2569 เติบโตอย่างสมดุล ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้ายกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทุกกลุ่มให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น ส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ตอบความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ในเวลาที่ตรงใจ พร้อมขับเคลื่อนให้ธนาคาร ลูกค้า และทุกภาคส่วนเติบโตไปได้อีกอย่างมั่นคง สมดุลและยั่งยืน

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กลยุทธ์ของธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุล เสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยธนาคารได้กําหนดเป้าหมายทางการเงินประจำปี 2569 ดังนี้ 

– การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth): เติบโตที่ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารยังคงเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมต่อยอดขีดความสามารถและความแข็งแกร่งด้านสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว 

– ผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM): อยู่ที่ 2.75-2.95% สอดคล้องกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ 

– การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee Income Growth): เติบโตที่ Mid-to-high single-digit โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการขยายบริการโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่ง และความเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน

– ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio): อยู่ที่ Mid-40s โดยธนาคารยังคงเน้นย้ำการดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับแรงกดดันจากการเติบโตของรายได้ที่มีความท้าทาย

– เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Ratio – Gross): อยู่ที่น้อยกว่า 3.25% ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

– อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost): อยู่ที่ในช่วง 140-160 bps (Normalized Level) โดยธนาคารยังคงบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบและระมัดระวังสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ

อีกทั้ง ธนาคารยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง 

ในปี 2569 นี้ ธนาคารกสิกรไทยจะยกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าใน  แต่ละช่วงชีวิตและทุกบริบททางธุรกิจ ทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการ และลูกค้าธุรกิจ ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างรอบด้านและตรงใจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง ดังนี้

1) กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าบุคคล (Retail): ธนาคารมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าบุคคลที่มีศักยภาพและต้องการสร้างการเติบโต รวมทั้งลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ครอบคลุม (High value, High growth, Underpenetrated segments) อาทิ คนทำงานรุ่นใหม่และมืออาชีพที่มีการจับจ่ายใช้สอยและแสวงหาบริการทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตและเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงวัย 

– วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต เพื่อพัฒนาและนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสม ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย เสริมสร้างความยั่งยืนทางการเงิน ให้ทุกคนได้เติบโตไปได้อีก 

– ขยายฐานลูกค้าที่มีคุณภาพ ผ่านการนำเสนอโซลูชันต่าง ๆ ทั้งสินเชื่อ การลงทุน ประกันชีวิต และบริการชำระเงินแบบครบวงจร ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต

– ยกระดับการเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจ ผ่านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ 

2) กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ (SME): ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มที่มีพลังในการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยธนาคารมุ่งเน้นลูกค้าผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการเติบโตและมีคุณภาพ (Growth industries with strong risk quality) เพื่อปลดล็อคศัยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน

– นำเสนอโซลูชันทั้งด้านสินเชื่อและไม่ใช่สินเชื่อที่ตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าแบบองค์รวม เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรม ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของลูกค้า

– ให้บริการที่ปรึกษาธุรกิจโดยผู้ดูแลความสัมพันธ์ที่มีความเชี่ยวชาญ พัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตธุรกิจ SME เพื่อสนับสนุนการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME

3) กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Corporate): เป็นกลุ่มที่มีบทบาทในการเชื่อมต่อธุรกิจหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการขยายสู่ตลาดภายนอกประเทศ ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญกับธุรกิจในประเทศที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ (Selective industries with high‑value potential) สนับสนุนการเติบโตธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศ ตอบโจทย์ธุรกิจทั้งในประเทศและการค้าข้ามพรมแดน 

– พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของโซลูชันที่ออกแบบเฉพาะให้สอดคล้องกับระบบนิเวศและห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องของลูกค้าแต่ละราย และแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างรอบด้าน

– ยกระดับรูปแบบการให้บริการด้านระบบการชำระเงินและธุรกรรมทางการเงินที่เฉพาะเจาะจงตามอุตสาหกรรม สนับสนุนความต้องการของลูกค้าธุรกิจ เสริมสร้างความเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาโซลูชันการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ออกแบบเฉพาะ

โดยผนึกรวมกับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้าอย่างต่อเนื่องอันได้แก่ 

ยุทธศาสตร์หลักที่ 1 การยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านสินเชื่อ ที่เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพผ่านแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรอบคอบด้วยกระบวนการเครดิตที่ครบวงจรและการจัดการความเสี่ยงเชิงรุก ควบคู่กับการผสานเทคโนโลยี Data & AI ส่งมอบสินเชื่อที่ช่วยผลักดันศักยภาพของลูกค้าบุคคลและธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  

ยุทธศาสตร์หลักที่ 2 การขยายธุรกิจรายได้ค่าธรรมเนียม ผ่านการให้บริการด้านการชำระเงิน ที่มุ่งเน้นเป็นธนาคารหลักในการให้บริการทั้งลูกค้าบุคคลและธุรกิจ  ผ่านการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ครบวงจรและบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้บริการลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทุกดิจิทัลแพลตฟอร์ม ทั้งการชำระเงินในประเทศ และระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันจำนวนธุรกรรมออนไลน์ที่ทำผ่านธนาคารมีปริมาณราว 30% ของธุรกรรมทั้งหมดในประเทศไทย  และการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนที่เป็นที่ไว้วางใจ (Trusted Advisor) ด้วยโซลูชันตอบโจทย์ตรงตามความต้องการของลูกค้า ผ่านการให้คําปรึกษาที่ใช้ความแข็งแกร่งจากพันธมิตรระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญในประเทศ ต่อยอดความเป็นอันดับหนึ่งของกองทุนของ บลจ. กสิกรไทย ด้านกองทุนรวมที่มีมูลค่า AUM สูงที่สุด และความเป็นผู้นำของธนาคารในธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ ครองอันดับหนึ่งด้านเบี้ยประกันใหม่ในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต 

ยุทธศาสตร์หลักที่ 3 การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางต่าง ๆ ภายใต้กลยุทธ์ “Digital First Experience” ด้วยการใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และบริการในทุกช่องทาง ผสานศักยภาพของบุคลากร และมุ่งเน้นช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ผ่าน K PLUS โมบายแบงกิ้งสำหรับลูกค้ารายย่อย และ K BIZ แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งพัฒนาครอบคลุมทั้งแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ง่าย เสถียร และปลอดภัย รองรับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพ ครองอันดับ 1 ด้านความพึงพอใจและความผูกพันกับแบรนด์ (Net Promoter Score: NPS) ในกลุ่มธุรกิจธนาคารในประเทศไทย จากการสำรวจของบริษัทนีลเส็นไอคิว (NielsenIQ) บริษัทวิจัยผู้บริโภคชั้นนำของโลก มาอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนผู้ใช้ K PLUS เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านรายในปี 2568 เป็น 24.2 ล้านราย

ยุทธศาสตร์ ‘บวกหนึ่ง’ การสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในระยะกลางและระยะยาว ที่มุ่งเน้นการปรับลำดับความสำคัญและเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตโฟลิโอธุรกิจระหว่างประเทศ และขยายพอร์ตโฟลิโอด้านนวัตกรรมและธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต เพื่อให้มั่นใจถึงผลตอบแทนต่อเงินลงทุนในระยะยาว รวมทั้งยุทธศาสตร์ด้านการเพิ่ม Productivity หรือผลิตภาพจากการดำเนินงานให้มากยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับความเชี่ยวชาญของพนักงาน

การดำเนินธุรกิจด้วยยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” พร้อมกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ดังกล่าว จะช่วยให้ธนาคารกสิกรไทยและลูกค้าของธนาคารสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างสมดุล ภายใต้สภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังคงเผชิญความท้าทายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่กดดันการค้าโลกให้ชะลอตัว ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตชะลอตัวลงจากปีก่อน ด้วยอัตราการขยายตัวที่ 1.6% 

นางสาวขัตติยา กล่าวตอนท้ายว่า ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ธนาคารกสิกรไทยให้ความสำคัญกับการเป็นธนาคารที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ พร้อมเคียงข้างลูกค้าเพื่อก้าวผ่านความท้าทาย ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุมและทั่วถึง ผลักดันเพื่อก้าวสู่โอกาสที่จะเติบโตไปได้อีกและเดินหน้าสู่อนาคตอย่างยั่งยืนและมั่นคงไปด้วยกัน

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘เอกนิติ’ เจรจา Hesai Technology ปักธงไทยสร้างฐานผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง

เอกนิติ – บีโอไอ เจรจา Hesai Technology ผู้นำ LiDAR โลก ปักธงไทยสร้างฐานผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค. 2569 เพิ่มขึ้น

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจัยทางการเมือง

SINO เสริมแกร่งระบบใหม่ รองรับการขนส่ง โตต่อเนื่อง

SINO เสริมแกร่งระบบใหม่ รองรับการขนส่ง โตต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพบริการและลดต้นทุน

‘เอกนิติ’ เผย TikTok พร้อมเดินหน้าลงทุนไทย

‘เอกนิติ’ เผย TikTok พร้อมเดินหน้าลงทุนไทย ตอกย้ำความสำเร็จเวทีดาวอส หนุนเศรษฐกิจ Digital–AI และ SMEs ไทย