
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2569 กรมธนารักษ์ได้ตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้จากที่ราชพัสดุและเหรียญกษาปณ์ จำนวน 11,900 ล้านบาท มีผลการจัดเก็บรายได้ ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ประมาณ 8,229 ล้านบาท โดยภายใน 30 กันยายน 2569 กรมธนารักษ์คาดว่าจะจัดเก็บ ได้สูงกว่าเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 20%
ทั้งนี้ กรมธนารักษ์จึงเร่งผลักดันให้มีการเปิดประมูลที่ดินต่าง ๆ ขณะเดียวกันได้ให้ธนารักษ์พื้นที่เร่งดำเนินการต่อสัญญาต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน เนื่องจากสัญญาจะมีการต่อทุก 3 ปี โดยกรมธนารักษ์จะมีการเปิดประมูลพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงสำคัญ อาทิ แปลงที่โรงพยาบาลของโรงยาสูบเก่า การประมูลสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุ “บ้านพายัพ” เขตพระนคร การเปิดประมูลพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตคลองสาน (ที่ดินติดกับไอคอนสยาม) แปลงสนามกอล์ฟบางพระพร้อมโรงแรมและเนื้อที่จำนวน 633 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา แปลงที่ดินอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต จำนวนประมาณ 40 ไร่ ในเดือนมีนาคม 2569 นี้
สำหรับในส่วนของราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ที่จะเริ่มใช้ในปี 2570 คาดว่าราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพและปริมณฑล จะปรับเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว โดยกรมธนารักษ์เตรียมประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่รอบปี พ.ศ. 2570–2573 จำนวนไม่น้อยกว่า 37 ล้านแปลง ในวันที่ 1 ธันวาคม 2569 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
โดยราคาประเมินที่จะประกาศใช้ใหม่จะมีความสอดคล้องทั้งเชิงพื้นที่และราคาตลาดมากยิ่งขึ้น จากเดิมราคาประเมินต่ำกว่าราคาเชิงพาณิชย์มากกว่า 40% ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ให้นโยบายว่าราคาประเมินใหม่ต้องไม่ต่างราคาเชิงพาณิชย์ไม่เกิน 20% เพื่อให้การเก็บรายได้ของรัฐบาลตรงกับความเป็นจริง และเป็นประโยชน์กับเจ้าของที่ดิน ที่สามารถนำเป็นหลักประกันกู้เงินได้มากขึ้น




