
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตในระดับต่ำมาต่อเนื่องยาวนาน จำเป็นต้องปรับโครงสร้าง ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และพลังงานสะอาด มาพัฒนาเพิ่มศักยภาพให้แก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะแก่ระดับเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดฝอยของระบบเศรษฐกิจ เพราะเมื่อเอสเอ็มอี มีขีดความสามารถธุรกิจสูงขึ้น ย่อมส่งผลดีให้เศรษฐกิจไทยโดยรวมเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วย อย่างไรก็ตาม การยกระดับเทคโนโลยี นวัตกรรม ไปสู่ธุรกิจสีเขียว จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมูลค่าสูง ดังนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์สินเชื่อ SME Green Productivity ซึ่งเป็นโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) ผ่าน SME D Bank โดยให้ขยายวงเงินสินเชื่อต่อราย จากเดิมสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นสูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีที่ต้องการยกระดับเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ธุรกิจสีเขียว มีเงินลงทุนมากเพียงพอ แก้ข้อจำกัด ที่ต้องไปหาแหล่งเงินอื่นๆ มาร่วมสมทบ นอกจากนั้น ยังเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อครอบคลุมเอสเอ็มอีที่ต้องการเปลี่ยน “ยานพาหนะมาใช้พลังงานสะอาด” ซึ่งจะช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ลดต้นทุน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ธรรมชาติ
นายพิชิต กล่าวเสริมว่า สินเชื่อ SME Green Productivity มีวงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ขณะนี้คงเหลือประมาณ 10,000 ล้านบาท มีเป้าหมายให้เอสเอ็มอีไทย นำไปใช้ลงทุน หรือลงทุนคู่กับหมุนเวียน เพื่อยกระดับเพิ่มผลิตภาพธุรกิจมุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และสามารถปรับตัวเข้ากับกฎกติกาการค้าใหม่ระดับสากลได้ ควบคู่กับดำเนินธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดีต่อธุรกิจ และดีต่อโลก สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
จุดเด่นสำคัญ อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี แถมปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือนแรก อีกทั้ง การขยายวงเงินกู้สูงสุดถึง 30 ล้านบาท จะช่วยให้เอสเอ็มอี มีเงินทุนจำนวนเพียงพอ ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ต่ำ และผ่อนชำระนาน สนับสนุนให้เปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้อย่างราบรื่น
ทั้งนี้ สินเชื่อ SME Green Productivity คาดจะสนับสนุนให้เอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งทุนได้ประมาณ 1,700 ราย สร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 68,700 ล้านบาท รักษาการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 27,680 อัตรา ที่สำคัญ มีส่วนสร้างประโยชน์ ช่วยให้เอสเอ็มอียกระดับเพิ่มผลิตภาพ มีศักยภาพการแข่งขันสูงขึ้น และสามารถปรับตัวเข้ากับกฎกติกาการค้าใหม่ระดับสากลได้ ควบคู่กับเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ธรรมชาติ เกิดการสร้างงาน กระจายรายได้ สร้างรากฐานแข็งแรง ช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยออกจากการเติบโตระดับต่ำที่ต่อเนื่องมายาวนาน และนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ผู้ประกอบการสามารถแจ้งความประสงค์ยื่นขอกู้สินเชื่อ SME Green Productivity ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าวงเงินสินเชื่อจะหมด ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ SME D Bank เช่น สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ , LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ของธนาคาร ( https://www.smebank.co.th/loan/greenproductivity/ ) เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357




