
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังไม่เสร็จ ทำให้ไม่สามารถเร่งออกมาตรการ และนโยบายใหม่ ๆ กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบัน อัดฉีดลงสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อช่วยประคับประคองเศรษฐกิจในขณะนี้
ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีงบประมาณบางส่วนที่ติดขัด ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ จึงได้มีการมอบหมายให้นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ไปเร่งดูกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างว่าติดขัดในส่วนใดบ้าง เนื่องจากในช่วงที่เศรษฐกิจต้องการกำลังซื้อให้เข้ามาช่วยพยุง การเร่งรัดการเบิกจ่ายก็เป็นส่วนหนึ่งและมีความสำคัญที่จะเข้ามาช่วยรองรับในส่วนนี้ได้
ส่วนการพิจารณาจัดทำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ เพื่อนำมาใช้เป็นงบสำรองรองรับสถานการณ์ปัจจุบันนั้น นายเอกนิติ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นหลัก ถ้าเบิกจ่ายไม่ได้ก็ถือว่าไม่มีประสิทธิภาพ งบประมาณในส่วนนี้ก็ต้องมาพจิารณาต่อว่าจะทำอย่างไร ถ้าไม่เข้ามาดูแลทุกคนก็อาจจะใจเย็นกันไปเรื่อย ๆ เพราะต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพเรื่องการเบิกจ่ายเป็นสิ่งสำคัญในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้
อย่างไรก็ดี ในส่วนของสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการเร่งจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ขณะนี้มีความผันผวนอย่างมาก ซึ่งเป็นการดำเนินการควบคู่กับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเดิมที่มีอยู่เพื่อพยุงเศรษฐกิจ




