
เวลา 16.30 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่โถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตรมว.วัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง โดยมีรัฐมนตรีจากพรรคร่วมทุกพรรคร่วมยืนด้านหลังในการแถลงข่าว โดยน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อย่างแรกด้วยความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม ตนเองขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่งขอยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจจะทำเพื่อประเทศตลอดมา ไม่ว่าบทสนทนานั้นที่เป็นคลิปเสียงออกไป ตนเองไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตัวเองเลย อยากบอกพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ตนเองยึดมั่นเสมอคือชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน ตนเองตั้งใจจริง ๆ ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ คลิปนี้ก็เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ขอยืนยันเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องที่ตั้งใจจะสื่อสารจริง ๆ
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินในวันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องมาช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลเองหรือฝ่ายค้าน ประชาชนต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองของเราให้กลับมาเข้มแข็งให้ได้ ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก แน่นอนว่าตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ต้องขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ให้โอกาสตนเองได้ทำงานมาเกือบ 1 ปีเต็ม ตนเองภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ นำประสบการณ์และความตั้งใจเพื่อมาพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้ประเทศไทยของเราเต็มไปด้วยโอกาส
น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า ตนเองคิดว่าอย่างไรก็ตามรัฐบาลต่อจากนี้ก็จะนำเรื่องโอกาสกลับมาให้ประชาชนให้ได้ เพราะว่าการที่พี่น้องประชาขน สามารถลืมตาอ้าปาก กินดีอยู่ดีขึ้นได้ นั่นเองคือพื้นฐานที่สำคัญในการเป็นประเทศที่เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ
“ดิฉันในฐานะคนไทยคนหนึ่ง มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์สุดหัวใจ เท่าที่คนไทยจะทำได้ ยังขอยืนยันในเรื่องนี้ตลอดไป”น.ส.แพทองธารระบุ
น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่ให้โอกาสและขอขอบคุณ ครม. ที่ทำงานร่วมกันมา ขอบคุณสื่อมวลชน ขอบคุณทุกๆท่าน ที่ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้ประสบการณ์ ทำให้ตนได้รู้ข้อดีข้อเสียของตัวเอง พร้อมที่จะพัฒนาต่อไป แน่นอนว่าหากมีส่วนไหน ที่ตนจะทำเพื่อประเทศชาติให้ดีขึ้นได้ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ตนก็ยินดีที่จะทำทั้งนั้น ต่อจากนี้ขอส่งกำลังใจให้ทีมบริหารต่อไป ช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป ตนก็จะคอยติดตามอย่างใกล้ชิด และเป็นกำลังที่ดีให้ประเทศชาติต่อไป
“แพทองธาร” โบกมือลา ออกจากทำเนียบฯ
ต่อมาเวลา 17.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายพิชัย ชุณหวชิร รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รักษาการรมว.การต่างประเทศ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และคณะทำงานมายืนส่ง โดยก่อนขึ้นรถ น.ส.แพทองธาร ได้พูดคุยกับนายพิชัย ครู่หนึ่ง จากนั้นได้ขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยน.ส.แพทองธาร ได้ลดกระจกส่งมินิฮาร์ทให้กับสื่อมวลชนพร้อมยิ้มและโบกมือให้ ก่อนเดินทางไปยังพรรคเพื่อไทย

‘กล้าธรรม’ ไม่ร่วมพรรคเพื่อไทยแถลงตั้งรัฐบาลใหม่
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมแถลงข่าวกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการรมว.มหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการรมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้ทยอยเข้ามาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรมช.มหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรรคประชาธิปัตย์ นายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รักษาการรองนายกฯ และรักษาการรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รักษาการรมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยไม่มีตัวแทนพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมประชุมด้วย
ต่อมาเวลา 18.20 น. นายภูมิธรรม นำแถลงภายหลังการประชุมว่า สถานการณ์ในวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามที่นายกฯแสดงความคิดเห็น และแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว พวกเราทุกคนได้ให้กำลังใจนายกฯ และคิดว่าในสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ควรอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดความต่อเนื่อง ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาประชาชน เราไม่อยากให้เกิดสถานการณ์สุญญากาศที่จะเป็นปัญหา เราจึงยังจะจับมือที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลในห้วงรักษาการนี้ต่ออย่างดีที่สุด เพื่อทำให้งานสามารถต่อเนื่องได้ และไม่ให้มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ส่วนการที่คุยกันเราตกลงกันว่าเราจะยังจับมือร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาล โดยให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการดำเนินการที่จะทำให้มีการจัดตั้งไปตามกระบวนการประชาธิปไตยอย่างถูกต้องและเต็มที่ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งนายกฯคนใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศที่เป็นหัวใจหลักสำคัญให้กระบวนการประชาธิปไตยได้ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราจะดำเนินการอย่างนี้จนถึงที่สุดโดยหลักเป็นแบบนี้
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ทั้งหมดที่มาคุยกันวันนี้ มีทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พรรคชาติพัฒนา(ชพน.) และ พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) และทั้งหมดที่เป็นรัฐบาลเราจะร่วมมือกันอยู่ หลังจากนี้ต่อไปพรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคที่ดำเนินการต่อไปในการเลือกนายกฯแล้วเสร็จ โดยจะรายงานให้กับพรรคร่วมรัฐบาลทราบในการดำเนินการ หากสภาผู้แทนราษฎรเปิดเมื่อใดกระบวนการในการเลือกตั้งนายกฯก็จะเกิดขึ้น ก็จะเป็นไปให้เร็วที่สุดเพื่อให้ระบบประชาธิปไตยและกลไกของรัฐบาลที่จะทำงานให้พี่น้องประชาชนได้เดินหน้าต่อไปเร็วที่สุด
เมื่อถามว่า การนัดรวมตัววันนี้โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม จะสามารถรวมเสียงสส.ได้กี่เสียง นายภูมิธรรม ตอบว่า ตอนนี้ยังมีครบอยู่ ซึ่งที่เป็นประเด็นเป็นเพียงข่าว ตนยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ ฉะนั้นก็ถือว่าเรายังจับมือร่วมกัน ส่วนจะเป็นอย่างไรต่อไปก็เป็นกระบวนการที่พรรคเพื่อไทยไปดำเนินการต่อ โดยหลักการที่เราอยู่ตรงนี้สิ่งสำคัญคือมีความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย และยังเชื่อมั่นว่าเรายังสามารถดำเนินการต่อไปได้ พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรมได้ยืนยันหรือไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเช่นเดิม นายภูมิธรรม กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้ามาขณะนี้ แต่ก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะไป คิดว่ายังร่วมมือกันทำงานได้
เมื่อถามอีกว่าสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติบางส่วนที่ไปที่พรรคภูมิใจไทย จะทำให้เสียงหายไปหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนคิดว่าจะรู้อีกทีก็วันเลือกนายกฯ ต้องรอการแจ้งอย่างเป็นทางการของแต่ละพรรคการเมือง
เมื่อถามต่อว่าเงื่อนไขของพรรคประชาชนที่จะยกมือให้หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภาฯภายใน 4 เดือน นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและกระบวนการเสริมสร้างประชาธิปไตยพวกเราพร้อมสนับสนุนสิ่งนั้นอยู่แล้ว ส่วนพรรคร่วมฯเมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้วจะยังคงตำแหน่งเดิมหรือไม่นั้นก็ให้เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย
เมื่อถามอีกว่าการรวมเสียงครั้งนี้จะเสนอ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯคนต่อไปใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราต้องคุยกันทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการ พรรคเพื่อไทยต้องพิจารณาว่าต้องเสนอใคร ซึ่งมีนายชัยเกษมอยู่ และยังมีอีกหลายคนที่เกี่ยวข้องอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน เดี๋ยวไปดูในรายละเอียดโดยเราจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าวร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรมในฐานะรักษาการนายกฯ ได้นำพรรคร่วมรัฐบาลไขว้แขนจับมือแสดงถึงความสามัคคีและกลมเกลียวกันของพรรคร่วมฯด้วย