
วันที่ 10 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569
โดยเมื่อนายกฯเดินทางถึงเด็กๆที่มาร่วมกิจกรรมวันเด็กรุมขอถ่ายภาพ พร้อมตะโกนเสียงดังเรียก“ลุงหนู“ และวิ่งกระโดดโผเข้าไปกอด ซึ่งนายกฯหัวเราะดีใจ ในความน่ารักก่อนอุ้มเด็กขึ้นมาถ่ายภาพร่วมกัน ทั้งนี้ มีเด็กชายรายหนึ่งเดินเข้ามาขอถ่ายรูป ก่อนจะกล่าวกับนายกฯว่า “ผมเชียร์ท่านนายกฯ เพราะท่านนายกฯเด็ดขาด อยากให้เป็นนายกฯ อีกสมัย”
จากนั้นเวลา 09.43 น. นายกฯ ถ่ายภาพคู่ร่วมกับเด็กและเยาวชน (เด็กพิการและด้อยโอกาสจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และบุตรธิดาทหารกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา) ที่เข้าเยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้าและได้นั่งเก้าอี้นายกฯ ซึ่งบรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและภาคภูมิใจ โดยครอบครัว จ่าสิบเอก สำเริง คลังประโคน หนึ่งในวีรบุรุษเนิน 350 ปราสาทตาควายได้เดินทางมาในครั้งนี้ด้วย
ขณะเดียวกันน้องภูผา เด็กชายจิรภัทร สีจุ้ยจ้าย ได้นำหมอนรูปคุณพ่อ จ่าสิบเอก ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย หรือ จ่าจุ้ย วีรบุรุษสมรภูมิ ช่องสายตะกู มาร่วมเฟรม พร้อมกับเปิดเผยสั้นๆว่า คิดถึงคุณพ่อ และร้องเพลงคิดถึง ซึ่งเป็นเพลงที่คุณพ่อสอนน้องร้อง และชื่นชอบศิลปินซิลลี่ฟูล ซึ่งเป็นวงที่คุณพ่อเปิดให้ฟังเป็นประจำ

ต่อมาเนายกฯ เดินเข้าตึกสันติไมตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 และให้โอวาทกับเด็กและเยาวชน โดยนายกฯกล่าวว่า ผมลุงหนูนะหรือชื่อจริง อนุทิน ชาญวีรกูล วันก่อนมีเด็กๆมาเยี่ยมที่นี่หลายคนก็ไม่ยอมเรียกพี่หนู แต่เรียกลุงหนูทั้งนั้นเลย ก็เลยลุงก็ลุงวันนี้ลุงกับลุงๆ และป้าๆ ทั้งหลายที่ทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้ก็มาทำงานกันแต่เช้าเราเตรียมสถานที่นี้ไว้ต้อนรับลูกๆหลานๆทุกคนสำหรับวันเด็กปีนี้ ซึ่งพวกเราทุกคนมีความตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับเยาวชนของชาติที่จะมาร่วมกันสร้างความทรงจำกันที่นี่ วันนี้อยู่กันให้สนุกเต็มที่ไม่ต้องรีบกลับ เราเปิดทำเนียบรัฐบาลให้ลูกๆหลานๆทุกคนให้ไปลองเป็นนายกฯ ไปเยี่ยมห้องทำงานของลุง ขึ้นไปนั่งถ่ายรูปกับเก้าอี้นายกฯและลองเป็นโฆษกรัฐบาลที่ตึกนารีสโมสรและไปร่วมกิจกรรมต่างๆที่คุณป้า คุณน้าและคุณลุงที่ดูแลกระทรวงต่างๆหน่วยงานต่างๆของราชการตั้งใจที่จะนำสิ่งของการละเล่น อาหารต่างๆมาร่วมสนุกกับลูกๆหลานๆทุกคนในวันเด็กของทุกปี นายกฯมีหน้าที่มอบของขวัญวันเด็ก ซึ่งปีนี้นายกฯคนนี้ก็บอกว่าขอให้เด็กทุกคนรักชาติไทยใส่ใจโลก เป็นคำขวัญที่เรียบง่ายจำได้และคิดว่าเด็กทุกวัยสามารถเข้าใจได้
นายกฯ กล่าวต่อว่า คำว่ารักชาติไทย ลุงก็เชื่อว่าพวกเราทุกคนมีความรักชาติอยู่แล้ว เราเป็นคนไทยทุกคนเป็นพลเมืองไทย เราก็ต้องมีความรักชาติไทยและต้องตั้งใจประพฤติตนให้เป็นคนดี เคารพกฎหมายทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองให้กับส่วนรวมเพื่อประเทศของเรา และนอกจากเราจะเป็นพลเมืองไทยแล้วเราก็จะเป็นพลเมืองของโลกลูกๆหลานๆทุกวันนี้อาจจะต้องใช้ชีวิตที่มันยุ่งยากกว่าสมัยพวกลุงเป็นเด็ก เพราะตอนนั้นเทคโนโลยีหรือโลกของเรายังน่าอยู่กว่านี้เยอะ แต่ช่วงนี้มันเป็นไปตามสภาพการต่างๆและสภาพแวดล้อมต่างๆโลกมีความวุ่นวายมากขึ้น เพราะฉะนั้นเด็กๆทั้งหลายต้องมีความสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมของโลก เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม รู้เท่าทันเทคโนโลยี และพูดภาษาต่างประเทศ ได้มากกว่า 1 ภาษาด้วย เราพยายามจะทำให้ลูกๆหลานๆได้เข้าถึงการศึกษานำประโยชน์ให้กับประเทศไทย เราต้องเคารพกติกาของโลกไม่ใช่เฉพาะเคารพกฎหมายไทยเท่านั้น เมื่อโตขึ้นก็ขอให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ความหมายของคำว่ารักชาติไทยใส่ใจที่อยากจะฝากไว้ในวันเด็กปีนี้ขออนุญาตถือโอกาสนี้ฝากให้ผู้ใหญ่ทุกคนคุณพ่อคุณแม่ คุณครูและเด็กโต นิสิต และนักศึกษาได้ร่วมกันปลูกฝังให้เด็กไทยเป็นพลเมืองที่ดีของชาติและสามารถยืนหยัดโดดเด่นได้ในฐานะพลเมืองของโลกด้วย
นายกฯ กล่าวอีกว่า สุดท้ายนี้ขอให้พวกเราทุกคนได้ช่วยกันดูแลเด็กๆและเยาวชนของเราให้มีความปลอดภัยให้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาให้สูงที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถเรียนได้ให้เขาอยู่ในสังคมแห่งความสงบสังคม ที่ใฝ่หาสันติภาพ ซึ่งถ้าเขาเติบโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความสมบูรณ์ จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและมีศักยภาพสูงสามารถนำพาประเทศไทยของเราพัฒนาเจริญก้าวหน้าและไม่มีวันที่จะแพ้ประเทศใดใดในโลก เด็กไทยทุกคนมีความสามารถมีศักยภาพไม่แพ้ใครแน่นอน และเก่งทุกคนอันนี้คือความเชื่อมั่นของตน ขอให้ทุกคนได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการที่จะเพิ่มพูนความรู้เพิ่มพูนประสบการณ์ สำหรับวันนี้ขอให้ทุกคนได้มีความสุขกันมากๆสุขสันต์วันเด็กเที่ยวงานให้สนุกความปลอดภัย ขอบคุณหน่วยงานวงดนตรี AC BAND ของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือความตั้งใจ เพราะลุงจบจากโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก เรียนประถมและมัธยมศึกษา และเป็นสมาชิกของวงเล่นดนตรีเป็นก็เพราะไปเป็นสมาชิกของวงนี้ ฉะนั้นเด็กๆทุกคนใครอยากทำอะไรทำ ถ้าเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรม ใช้ความรู้ความสามารถ ของเราอย่างเต็มที่แสดงออก และต้องกล้าด้วย กล้าที่จะแสดงออก มีดีอะไรต้องเอาออกมาให้คนเขาเห็นเพื่อที่เราจะได้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจและทำให้ทุกคนยึดถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างต่อไป
“ขอให้ทุกคนมีความสุข ความก้าวหน้า ความสำเร็จลูกๆหลานๆ ก็ขอให้เรียนเก่งกันมากๆ ทุกคนมีความเฉลียวฉลาด มีความเสียสละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกๆ หลานๆ ที่เป็นลูกของวีรบุรุษทหารของชาติที่ได้สละชีวิตให้กับบ้านเมืองของเรา ขอให้ทุกคนได้เติบโตเป็นคนที่ปกป้องบ้านเมือง พัฒนาบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง” นายกฯ กล่าว

ภายหลังกล่าวเปิดงานนายกฯได้เล่นเกมส์โรบล็อกซ์ ภารกิจหัวใจติดปีก กับตัวแทนเด็กบนเวทีผ่านแท็บเล็ต ในการขับเครื่องบินเก็บหัวใจ ภายในเกมส์ซึ่งนายกฯทำภารกิจสำเร็จ จากนั้นนายกฯเดินทักทายวงดนตรี AC BAND ของโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก ซึ่งนายกฯเป็นศิษย์เก่าและอดีตสมาชิกวง โดยนายกฯได้ขึ้นทำหน้าที่เป็นคอนดักเตอร์ควบคุมวง ในการบรรเลงเพลง Thunderer ของ John Philip Sousa ด้วย และเดินเยี่ยมชมนิทรรศการซุ้มต่างๆภายในงาน

นายกฯ ร่วมกินข้าวกับครอบครัววีรชน เสียสละจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา
วันที่ 10 ม.ค. ที่ชั้น 1 อาคาร 44 สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อม น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงกับลูกและครอบครัววีรชน ที่เสียสละชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา 21 ครอบครัว 43 คน โดยมีเมนูอาหาร อาทิ ข้าวผัดทะเล ข้าวผัดปลาสลิตไข่ต้ม ข้าวคลุกกระเพรา สปาเก็ตตี้ขี้เมา ไก่บอนชอน เค้ก ซาลาเปา ไอศกรีม เป็นต้น
ทั้งนี้นายกฯนั่งรับประทานอาหารข้างกับน้องมีตังค์ ลูกสาวของจ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต ซึ่งเป็นวีรชน ที่เสียสละชีวิต พร้อมพูดคุยกับน้องมีตังค์รวมถึงได้เรียกลูกชายของ จ่าสิบเอก ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย หรือจ่าจุ้ย ว่าให้มาหาลุง พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง และระหว่างรับประทานอาหารนายกฯยังได้พูดคุยกับเด็กๆและครอบครัวของวีรชนที่ร่วมโต๊ะอาหารด้วย ขณะเดียวกันช่วงหนึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ยังได้เดินเข้ามาทักทาย




