นายกฯ อนุทิน ลั่นไม่ใช่นายกฯ ฝึกงานแล้ว พิสูจน์ 3 เดือนทำได้จริง

Date:

วันที่ 12 ม.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ ร่วมงาน“ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand ‘s Future หัวข้อ Thailand Vision 2035  โดยภายในงานมี 3 แคนดิเดตนายกฯร่วม ได้แก่ นายอนุทิน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน (ปชน.) และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย (พท.) 

โดยนายอนุทิน กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ตอนหนึ่งว่า ตนทราบดีว่า พี่น้องประชาชนอาจจะคิดว่า เอาอีกแล้วมาหาเสียงพูดอะไรสวยหรู นโยบายเลิศเลอ เดี๋ยวก็ติดนู่นติดนี่ บอกทำไม่ได้บ้าง อยู่ไม่ครบเทอมบ้าง แต่ครั้งนี้ตนไม่ได้ฝึกงานแล้ว ไม่ได้เป็นนายกฯ ฝึกงานแล้ว ตนเข้ามาทำงาน 3 เดือนกว่า และเห็นช่องทางที่เห็นว่าจะทำให้นโยบายพรรคภูมิใจไทย เป็นคำว่าพูดแล้วทำได้จริงๆ ในช่วง 3 เดือน ที่ตนเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินก็ได้ทำงานสำเร็จไปหลายอย่าง เราทำงานร่วมกับหลายๆ ฝ่าย เรามีแต่มิตร ไม่ได้มีศัตรู และไม่ได้มายืนตรงนี้เพื่อขายฝันกับพี่น้องประชาชน หรือสัญญาในสิ่งที่ทำไม่ได้ ก็จะทำให้นโยบายของพรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ ไม่มีความขลัง

นายอนุทิน กล่าวว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นการถมเงินเข้าไปลงไปกับโครงการประชานิยม  ประเทศไทยไม่ได้ขาดทรัพยากร ไม่ได้ขาดคนเก่ง อย่างรัฐบาลชุดนี้ที่มีคนเก่งหลายคน และขอยืนยันว่ารัฐบาลภูมิใจไทย ทุนเทาจะไม่มีอีกต่อไป มีแต่ทุนดำที่จะต้องถูกกำจัด เพราะว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีกาสิโน ไม่พึ่งทุนเทา ไม่เอาสแกมเมอร์ เราพูดแล้วทำได้จริง วันนี้ประชาชนได้ให้โอกาสตนทำหน้าที่นายกฯ 3 เดือน ครบกำหนดการทดลองงานพอดี ก็หวังว่าประชาชนจะผ่านโปรให้ตน

จากนั้นนายอนุทิน ตอบคำถามกรณีใช้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อเป็นการความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ว่า ตนคิดว่าประชาชนสามารถเป็นผู้ให้คําตอบนี้ได้ หน้าที่ของความเป็นรัฐบาล อันนี้ไม่ใช่ภูมิใจไทย หน้าที่ของหัวหน้ารัฐบาลคือนายกรัฐมนตรี ในการรักษาอธิปไตยและแผ่นดินของเราจนสุดความสามารถ คงเห็นว่าวันนี้มีข่าวรัฐมนตรีของกัมพูชา บอกอย่าเลือกตนให้ไปเลือกคนอื่น เลือกตนจะมีโอกาสเกิดสงคราม อันนี้ไม่ใช่ แต่มีโอกาสที่เขาจะแพ้เราราบคาบ มีโอกาสที่เขาจะเอาเปรียบประเทศไทยไม่ได้ และมีโอกาสที่เขาไม่สามารถมาคุกคามอธิปไตยของประเทศไทย เขาจึงไม่สามารถให้ตนมาเป็นนายกฯ ฉะนั้นเราต้องอย่าทําให้เขาสมใจ

เมื่อผู้ดำเนินรายงานถามย้ำว่า ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการใช้สถานการณ์นี้มาสร้างความนิยมทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่เกี่ยว เวลาตนทํางานในทําเนียบรัฐบาล ตนคือนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน 

เมื่อถามต่อว่า ยังไง 2 ประเทศนี้แยกกันไม่ได้ ในยุคนายอนุทินจะมีการเปิดด่านหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตอนนี้ไม่เปิดแน่นอน จนกว่าจะแน่ใจว่าบูรณภาพแห่งดินแดนเกิดขึ้นในประเทศไทย คําว่าบูรณภาพแห่งดินแดนหมายความว่าจะไม่มีศัตรู จะไม่มีคนที่อยู่นอกอธิปไตยของไทย กล้าแม้กระทั่งคิดที่จะมารุกราน หรือมาทําให้ประเทศเราเสียอธิปไตย นี่คือหลักที่ตนทํามาตลอด เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงในยุคนายอนุทิน อีก 4 ปีจะไม่มีเปิดด่านใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เราต้องทําให้ไม่มี  เมื่อถามอีกว่า หมายถึงเรื่องการเปิดด่าน นายอนุทิน ตอบว่า ไม่ใช่ เรื่องการเปิดด่านมันยังอีกห่างไกล เพราะความสัมพันธ์ทางการทูต เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ในสถานทูต ถ้าทุกอย่างมันมีความเป็นเสถียรภาพ ก็จะไปหารือเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ทางการทูต 

เมื่อถามต่อว่า นายณัฐพงษ์ บอกว่าจะไม่ยกมือให้นายอนุทิน เป็นนายกฯอีกแล้ว โดยนายอนุทินหันไปทางนายณัฐพงษ์ ที่มาร่วมงานดังกล่าวด้วย พร้อมกล่าว ” ถ้าท่านเข้ามาที่หนึ่ง ท่านต้องไม่ยกมือให้ผม “

เมื่อถามอีกว่า ถ้าพรรคประชาชนมาเป็นที่สอง เขาก็จะไม่ยกมือให้ นายอนุทิน ตอบว่า ยังไม่ได้คุยกันขนาดนั้น ตนคิดว่าเราทั้งสามคนอายุก็ไม่ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ความคิดความรักชาติ รักแผ่นดิน มองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเหนือสิ่งอื่นใด ตนคิดว่าเราสามคนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ต้องให้ประชาชนตัดสิน 

เมื่อถามว่า ถ้าเขาได้มาอันดับหนึ่ง นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทั้งพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเห็นว่าพรรคภูมิใจไทย มีประโยชน์ รับนโยบายพรรคภูมิใจไทยได้ เราค่อยมาว่ากัน เหมือนที่ผ่านมา ไม่เคยปิดกั้นอะไรอยู่แล้ว ซึ่งการเลือกตั้งทุกครั้งตนต้องถอดความต้องการของประชาชนออกมาให้ได้ ถอดจากจํานวน สส.ที่ได้รับเลือก ครั้งนี้ก็จะดูจากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่พรรคภูมิใจไทยได้มา ตนไปถูกทางแน่นอนไม่ต้องห่วง 

นอกจากนี้ ผู้ดำเนินรายการยังถามนายยศชนัน ว่าหากเป็นรัฐบาลผสมถ้าไม่ได้กระทรวงไหนจะไม่ร่วม นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญเราพยายามสื่อสารเรื่องวิสัยทัศน์ เราจำเป็นต้องทำหลายๆอย่างพร้อมกันเพราะปัญหาในขณะนี้มีเยอะ หากเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งมันไม่ได้ เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกับทุกพรรคโดยทุกคนมองเป้าหมายว่าเราอยากทำให้ประเทศไทยมีรายได้สูง การอยู่กระทรวงไหนไม่เป็นไรหากเรามีเป้าหมายร่วมกันแล้ว ก็ขอเก้าอี้เดียวคือตำแหน่งสูงสุด  เมื่อถามว่าหากดูแนวนโยบายแล้วมีพรรคใดใกล้เคียงกับเพื่อไทยมากที่สุด นายยศชนัน กล่าวว่า ทุกพรรคมีเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ จึงมั่นใจว่าการจะเลือกคนมา พรรคมา มันไม่ยาก แต่ต้องเป็นคนที่ไม่คอรัปชันหากเข้ามารับตำแหน่ง 

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามกรณีพรรคประชาชนจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารประเทศจำเป็นต้องเป็นรัฐบาลพรรคเดียวใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่เชิงอย่างนั้น หากเราได้เกิน 250 ที่นั่งสามารถทำได้ แต่ถ้าไม่ถึงโจทย์ของเราคือการตั้งรัฐบาลประชาชนที่จะเอาวาระเป็นตัวตั้ง พรรคที่จะมาร่วมต้องทำงานข้ามกระทรวงโดยยึดวาระเป็นตัวตั้ง ยึดภารกิจเป็นตัวตั้ง โดยโครงสร้างทีมบริหารจะมีรองนายกฯที่ดูภาพรวมให้งานสามารถทำข้ามกระทรวงได้  รัฐมนตรีที่ถูกเสนอชื่อมาควรเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถตรงสาย การทำงานยึดวาระเป็นตัวตั้งไม่แบ่งกระทรวงใครกระทรวงมันหรือต่างคนต่างทำ และตนเห็นว่าหลายพรรคออกมาพูดตรงกันการตั้งรัฐบาลครั้งหน้าต่างรับหลักการที่พรรคอันดับหนึ่งควรได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน และตนอยากให้มีความโปร่งใสในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในสายตาประชาชน

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน ซัด รัฐมนตรีกัมพูชา ไม่มีสิทธิ์มาขู่คนไทย

นายกฯ อนุทิน ซัด รัฐมนตรีกัมพูชา ไม่มีสิทธิ์มาขู่คนไทย ให้เลือกใครหรือไม่เลือกใคร บอกคนพูดแบบนี้เพราะกลัวอนุทินเป็นนายกฯ

ออมสิน นำทีมผู้บริหารเข้าพบ ‘เอกนิติ’

ออมสิน นำทีมผู้บริหารเข้าพบ ‘เอกนิติ’ รับพรปีใหม่ 2569

นายก อนุทิน เดินชิลตลาดนางเลิ้ง แม่ค้าบอกอย่าลืมคนละครึ่ง

นายก อนุทิน เดินชิลตลาดนางเลิ้ง กินมื้อเที่ยง แม่ค้าบอกกลับมาอีกนะค่ะปีนี้ อย่าลืมนะ คนละครึ่งพลัส

กบข. ร่วมสวัสดีปีใหม่ รองนายกฯ และรมว.คลัง ‘เอกนิติ’

กบข. ร่วมสวัสดีปีใหม่และขอพร รองนายกฯ และรมว.คลัง ‘เอกนิติ’ เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569