‘พิพัฒน์’ สั่งเลิกสัญญา 2 โครงการ อิตาเลียนไทย

Date:

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการความปลอดภัยด้านคมนาคม ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกสัญญาจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 โครงการ จากเหตุเครนถล่มซ้ำซาก พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย และพิจารณาขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อกฎหมายและใช้อำนาจทางปกครองอย่างเคร่งครัดในกรณีผู้รับจ้างประมาทเลินเล่อร้ายแรงซ้ำซาก และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแจ้งกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณาเลิกสัญญา ขึ้นบัญชีดำ หรือตัดสิทธิผู้รับจ้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่ประชาชน โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุมภารกิจด้านการขนส่ง รองศาสตราจารย์เอนก ศิริพานิชกร (นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ) พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชรถสโมสร กระทรวงคมนาคม

นายพิพัฒน์ ได้ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมต้องดำเนินการ “ครบวงจร” ทั้ง ตรวจสอบข้อเท็จจริง – ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระยะยาว – บังคับใช้มาตรการกับผู้รับจ้างให้เกิดผลจริง โดยที่ประชุมรับทราบการจัดตั้งคณะกรรมการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ ดังนี้

1) กระทรวงคมนาคมได้จัดตั้ง ”คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง” ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโครงการก่อสร้าง เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุ ข้อเท็จจริง ผู้รับผิดชอบ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เป็นประธาน และมีหน่วยงานด้านความปลอดภัยและเทคนิคเป็นฝ่ายเลขานุการตามภารกิจ  

2) ตั้ง “คณะกรรมการติดตามยกระดับมาตรการความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง และมาตรฐานการให้บริการขนส่งสาธารณะ” (คำสั่งที่ 121) ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่เป็น “กลไกกำกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งระบบ” ครอบคลุมทั้งช่วงก่อสร้างและช่วงเปิดให้บริการ โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธาน และมีองค์ประกอบจากหน่วยงานหลักของกระทรวงคมนาคมครบทุกมิติ เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมท่าอากาศยาน สนข. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รฟท. รฟม.  AOT รวมถึงผู้แทนด้านวิชาชีพ วิศวกรรม เพื่อร่วมกำกับมาตรฐานและข้อเสนอเชิงเทคนิคอย่างใกล้ชิด โดยมีหน้าที่หลัก คือ ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน “ทุกมิติ” เสนอแนวทางยกระดับมาตรฐานสู่ความปลอดภัยสูงสุด และจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการขับเคลื่อน พร้อมรายงานผลต่อรัฐมนตรีเป็นระยะ  

3) ตั้ง “คณะกรรมการติดตาม – เร่งรัด” การใช้กฎกระทรวงขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) และ “สมุดพกผู้รับจ้าง” ให้ใช้ได้จริงในการจัดซื้อจัดจ้าง (คำสั่งที่ 122)

นายพิพัฒน์ กำชับเพิ่มเติมว่า ให้เร่งทำให้มาตรการด้านผู้รับจ้างโครงการ เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดฯ เพื่อให้ทุกหน่วยงานนำกฎกระทรวงไปใช้ “โดยเร็ว” ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง) เป็นประธาน และมีหน่วยงานในสังกัดร่วมเป็นกรรมการครบถ้วน เช่น กรมทางหลวง/ชนบท/เจ้าท่า/ท่าอากาศยาน รวมถึง กทพ., รฟท., รฟม., AOT และหน่วยงานด้านกฎหมาย/ความปลอดภัยของ สปค. มีกองบริหารการคลัง สปค. เป็นเลขานุการ  โดยมีหน้าที่สำคัญ ได้แก่ ทำความเข้าใจกฎกระทรวงและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ติดตาม–ประเมินผล–ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้มาตรการใช้ได้จริง เรียกข้อมูล/เอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลต่อรัฐมนตรี “ทุกเดือน” จนกว่าจะจัดทำแนวทางปฏิบัติของกระทรวงแล้วเสร็จ  

นายพิพัฒน์ระบุ ย้ำหลักการในตอนท้ายว่า ต้องทำให้ประชาชน ปลอดภัยและมั่นใจมากที่สุด โดย กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมใน 3 มิติพร้อมกัน ได้แก่

1. สอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ตามกรอบข้อสั่งการ โดยต้องระบุผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

2. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระยะยาว ทั้งงานก่อสร้างและการให้บริการขนส่งสาธารณะ

3. เร่งมาตรการกำกับผู้รับจ้าง ผ่านระบบขึ้นทะเบียน/จัดระดับชั้นผู้รับเหมา/สมุดพก และบทลงโทษ

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน  

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ เร่งสรุปมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายจิระพงษ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมประสานผู้รับจ้าง หยุดการก่อสร้างโครงการของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 14 สัญญา เป็นเวลา 15 วัน เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างละเอียด

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของทุกบริษัทในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม หยุดการก่อสร้างไม่เกิน 15 วัน เพื่อเข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกัน และให้รายงานผลการตรวจสอบต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘พิพัฒน์’ สั่งทิพยประกันภัยจ่ายเงินทันที ให้ผู้เสียหายเครนถล่มรถไฟ

‘พิพัฒน์’ สั่งทิพยประกันภัยจ่ายเงินทันที เหตุเครนถล่มรถไฟความเร็วสูง ย้ำรัฐไม่รอเอกสาร เงินต้องถึงมือประชาชนก่อน

นายกฯ อนุทิน แถลงปราบเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่

นายกฯ อนุทิน แถลงปราบเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่  จับกุมผู้ต้องหาได้ 8.8 หมื่นราย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,396 ล้านบาท

ลูกค้าใช้แอป CIMB THAI ถอนเงินไม่ใช้บัตรที่ตู้ ATM ไทยพาณิชย์

ลูกค้าใช้แอป CIMB THAI ถอนเงินไม่ใช้บัตรได้แล้วที่ตู้ ATM ไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ ฟรีค่าธรรมเนียม ก้าวสู่ยุค Cardless เต็มรูปแบบ

ก.ล.ต. เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ชูธีม สร้างเชื่อมั่น พัฒนาตลาดทุนหนุนศก.

ก.ล.ต. เปิดแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2569 – 2571) ชูธีม “Building Trust, Powering Growth” สร้างความเชื่อมั่น และพัฒนาตลาดทุนไทย หนุนเศรษฐกิจ