รฟท. แสดงความเสียใจเหตุเครนถล่ม ทำผู้เสียชีวิต 30 ราย 

Date:

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ออกแถลงการณ์ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างของโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถโดยสาร เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความอาลัยต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอแสดงความห่วงใยและกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

จากการตรวจสอบข้อมูล ณ จุดเกิดเหตุ ขบวนรถไฟที่ประสบเหตุมีผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 161 คน แบ่งเป็นผู้ที่อยู่บนขบวนรถไฟ 157 คน และพนักงานของบริษัทผู้รับจ้าง 4 คน มีผู้เสียชีวิตรวม 30 ราย แบ่งเป็นผู้โดยสารรถไฟ 29 ราย และพนักงานของบริษัทผู้รับจ้าง 1 ราย โดยสามารถยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้ครบทั้ง 30 รายแล้ว 

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวนรวม 69 ราย ในจำนวนนี้แพทย์อนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้แล้ว 52 ราย และยังคงมีผู้พักรักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาลอีก 17 ราย ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ติดตามและดูแลอย่างใกล้ชิด

การช่วยเหลือและเยียวยา

การรถไฟแห่งประเทศไทย ยืนยันความพร้อมในการดูแลและช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ โดยมีการจ่ายเงินเยียวยากรณีผู้เสียชีวิตในเบื้องต้น รวมเป็นจำนวน 1,690,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย

• เงินช่วยเหลือจากการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 340,000 บาท

• เงินตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา จำนวน 200,000 บาท

• เงินค่าสินไหมจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,000,000 บาท

• เงินช่วยเหลือจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 150,000 บาท

นอกจากนี้ เงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการประสานงานและดำเนินการขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย จะติดตามเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุมและเป็นธรรม

สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มอบกระเช้าเยี่ยมและเงินเยียวยาเบื้องต้น พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และในกรณีที่ทรัพย์สินของผู้โดยสารได้รับความเสียหายหรือสูญหาย ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นคำร้องต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป

การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง

เพื่อความปลอดภัย การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินรถสายอุบลราชธานี เป็นการชั่วคราว โดยใช้เส้นทาง ชุมทางแก่งคอย – ชุมทางบัวใหญ่ – นครราชสีมา แทน ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่ถือตั๋วโดยสารและมีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 14 – 19 มกราคม 2569 หากไม่ประสงค์จะเดินทาง สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วได้ ณ สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์หมายเลข 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

การดูแลหน้างานและมาตรการความปลอดภัย

ภายหลังเกิดเหตุ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้สั่งปิดพื้นที่และหยุดการปฏิบัติงานในบริเวณที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อดำเนินการรื้อย้ายโครงสร้างอย่างปลอดภัยภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด และจะไม่เปิดพื้นที่จนกว่าจะมีการยืนยันความมั่นคงและความปลอดภัยอย่างครบถ้วน

ในระยะต่อไป การรถไฟแห่งประเทศไทย จะนำข้อเท็จจริงและผลการตรวจสอบไปใช้ในการทบทวน และยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในทุกโครงการอย่างจริงจัง  และขอยืนยันว่าความปลอดภัยของผู้โดยสาร พนักงาน และประชาชน เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก พร้อมรายงานความคืบหน้าให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ไอแบงก์ จับมือ ARI-AMC เดินหน้าช่วยลูกค้า “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”

ไอแบงก์ จับมือ ARI-AMC เดินหน้าช่วยลูกค้า “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”เร่งโอนหนี้เสียรายย่อย แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

KKP มอบรางวัล 16 โครงการอสังหาฯ คาร์บอนต่ำและยั่งยืน

KKP มอบรางวัล 16 โครงการอสังหาฯ คาร์บอนต่ำและยั่งยืน ชี้ผลลัพธ์การเปลี่ยนผ่าน ช่วยลดคาร์บอนเทียบเท่าปลูกต้นไม้ 189,700 ต้น

นักลงทุนทั่วโลกแห่จอง ”หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์” ของไทยออยล์ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนทั่วโลกแห่จอง ”หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์” ของไทยออยล์ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่วมท้น โดยเงินที่ได้จะนำไปสนับสนุนโครงการ CFP พร้อมเสริมฐานะการเงินระยะยาวแข็งแกร่ง

BCPG จับมือ ORN ศึกษาลงทุนโครงการโซลาร์–แบตเตอรี่

BCPG จับมือ ORN ศึกษาความเป็นไปได้ลงทุนโครงการโซลาร์–แบตเตอรี่ ยกระดับอสังหาริมทรัพย์สู่ Smart & Sustainable Communities