
วันที่ 21 มกราคม 2569 ที่จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลาราชการลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครพนม เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.นครพนม ของพรรคทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เขต 1 นายณพจน์ศกร ทนัพยสิทธิ์ เขต 2 , นายอลงกต มณีกาศ เขต 3 และนายชูกัน กุลวงษา เขต 4 โดยมีน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา ร่วมคณะ โดยนายอนุทิน ลงพื้นที่จุดแรกที่อ่างเก็บน้ำหนองสังข์ อ.นาแก ช่วยหาเสียงให้กับนายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัครสส.นครพนม เขต 4 ทันที นายอนุทินเดินทางถึงชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองคล้องคอ และผ้าขาวม้าผูกเอวต้อนรับ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก
โดยนายอนุทิน ได้ขึ้นเวทีปราศรัย ว่าจำกันได้หรือไม่ เมื่อ 2 ปีที่แล้วตนมาที่แห่งนี้ มาขอให้ไว้วางใจตนเลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้แทน เพราะเวลาตนคุยกับนายชูกัน มั่นใจได้เลยไม่เคยมีเรื่องอื่น มีแต่เรื่องของพี่น้องชาวนาแก และขอถามว่าอยากให้เปิดด่านชายแดนหรือไม่ ชาวบ้าน ตอบทันทีว่าไม่ นายอนุทิน จึงปราศรัยต่อว่า ผลประโยชน์แฝงที่ทำให้รัฐบาลยังไม่ยอมเปิดด่าน คือข้าวผิดกฎหมายก็ไม่เข้ามา ทำราคาข้าวในประเทศสูงขึ้น
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจกับรายได้ของประชาชน โครงการคนละครึ่งพลัส โอเคไหมล่ะ ถึงแม้จะ 50:50 แต่ไม่ใช่การนำเงินมาไล่แจกให้ โครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ เฟส1เสร็จแล้ว จริงๆจะออกเฟส2 แต่ดันยุบสภาฯ เสียก่อน เพราะฉะนั้น หากอยากได้เฟส 2 ก็ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยกลับไปเป็นรัฐบาล และจ.นครพนมกับตนก็มีความผูกพันอยู่แล้ว โครงการฟอกไต ฟรี ที่โรงพยาบาลศรีสงคราม นครพนม เป็นที่ทำให้รัฐมนตรีสาธารณสุขในขณะนั้น ประกาศว่าการฟอกไตต้องฟรีหมด เกิดที่นครพนม มีอยู่พักหนึ่งเอาออกไปอีก 3 – 4 เดือน พอพรรคภูมิใจไทย กลับเข้ามา ก็กลับคืนแล้ว คราวนี้ไม่ให้ใครเอาออกอีกแล้ว นั่นคือบัตรทองฟอกไตฟรี และนาแกต้องมีโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ งบประมาณปี 70 200 กว่าล้าน เพื่อโรงพยาบาลนาแก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังลงจากเวทีปราศรัย ก่อนเดินทางกลับนายอนุทิน ได้เดินเข้าไปทักทายชาวบ้านซึ่งได้มีคุณยายนำสายสิญจน์ผูกข้อมือให้กับนายอนุทินตามประเพณีคนอีสาน รวมถึงได้เดินเข้าไปทักทายผู้สูงอายุ ซึ่งบอกว่าดีใจได้เห็นนายอนุทินตัวจริง พร้อมอวยพรขอให้ได้เป็นนายกฯ เด้อ ขณะที่นายอนุทิน ตอบว่า “อย่าลืมเบอร์ 37 เด้อ” ซึ่งชาวบ้านตอบกลับว่าไม่ลืม




