พิชัย พบทูตสิงคโปร์ กระชับสัมพันธ์การค้าสองชาติ 

Date:

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย (นางสาวหว่อง เสี่ยว ผิง แคเทอริน) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2567 ณ กระทรวงพาณิชย์ ว่า สิงคโปร์เป็นคู่ค้าอันดับ 3 และเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ของไทยในอาเซียน โดยทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน โดยในปี 2568 จะเป็นวาระพิเศษครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สิงคโปร์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการจัดประชุมการค้าทวิภาคีไทย-สิงคโปร์ (STEER) ครั้งที่ 7 ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อหารือแนวทางเพิ่มมูลค่าการค้า ขยายการลงทุนระหว่างกัน รวมถึงสร้างความมือในประเด็นใหม่ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าการค้าการลงทุนของทั้งสองชาติเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสดังกล่าว

นายพิชัย กล่าวว่า ได้ใช้โอกาสนี้ แจ้งนโยบายเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยอาทิ การให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ความสอดคล้องของนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าต่อไปได้ รวมทั้งการแก้ไขผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ขณะเดียวกันยังได้ประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารของไทยไปยังตลาดสิงคโปร์ ซึ่งนอกจากรสชาติที่มีเอกลักษณ์แล้วยังได้เน้นย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าอาหารไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกในฐานะ “ครัวของโลก” (Kitchen of the World)พร้อมกันนี้ยังได้ติดตามการขึ้นทะเบียนฟาร์มไข่ไก่ออร์แกนิคของไทยเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวสิงคโปร์ที่รักสุขภาพ นอกเหนือจากไข่ไก่สดและไข่นกกระทาที่ส่งออกไปยังตลาดสิงคโปร์ได้แล้ว

นอกจากนี้ นายพิชัย ย้ำกับทูตสิงคโปร์ว่า ทั้งสิงคโปร์และไทยจำเป็นต้องทำงานร่วมกันและร่วมมือกันด้วยความจริงใจเพื่อให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเติบโตไปด้วยกันอย่างมีคุณภาพ และยังได้ขอบคุณสิงคโปร์ในฐานะประเทศพันธมิตรที่ช่วยผลักดันการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนหรือ DEFAให้มีความคืบหน้าและมีมาตรฐานสูง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมรองรับการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ขณะเดียวกัน สิงคโปร์ยังเชิญชวนไทยเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิดิจิทัลหรือ DEPA ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ ชิลี และ เกาหลีใต้

ทั้งนี้ ในปี 2566 การค้ารวมไทย-สิงคโปร์ มีมูลค่า 18,422.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-0.3%)เป็นการส่งออก 10,243.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-0.4%) และเป็นการนำเข้า 8,178.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-0.2%) ซึ่งไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 2,065.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ขณะที่ไทยนำเข้า เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ทองคำ แผงวงจรไฟฟ้า พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช จากสิงคโปร์ สำหรับในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.–ส.ค.) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 11,907.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-1.67%)โดยไทยได้ดุลการค้า 1,855.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ ยันไทยพร้อมรับมือ  สหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าไทยสูง​ 36%

นายกฯ ยันไทยเตรียมพร้อมรับมือ มีแผนระยะสั้น-ยาว หลังสหรัฐฯเคาะภาษีนำเข้าไทยสูง​ 36% ​ ตั้งทีมเจรจา​ เชื่อยังต่อรองได้

ค่าเงินบาท “อ่อนค่าลงหนัก” หลังทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าไทย

ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  34.38 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก” หลังทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าไทย

นายกฯ ยัน ไม่รีบดันร่าง “พ.ร.บ. กาสิโน” เข้าสภาฯ

นายกฯ ยัน ไม่รีบดันร่าง “พ.ร.บ. กาสิโน” เข้าสภาฯ ลั่น พยายามบริหารงานทุกทางไม่ให้เกิดความขัดแย้ง บอกยังมีเวลาทำความเข้าใจ

ส่งออกไทยเดือดร้อนหนักแน่แล้ว

ส่งออกไทยเดือดร้อนหนักแน่แล้ว หลังทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีไทย ภาษีฐาน 10% บวกภาษีตอบโต้อีก 36% รวมเป็น 46%