เตรียมรับการเดินทาง ช่วงเทศกาลสงกรานต์

Date:

สงกรานต์

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคมรักษาราชการแทน รมว.คมนาคม กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์มีวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน จึงคาดการณ์ว่าจะมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว หรือทำบุญด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลและใช้บริการขนส่งสาธารณะ จึงมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดทำแผนการอำนวย
ความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2566 ของกระทรวงคมนาคมระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2566 ระยะเวลารวม 7 วัน พร้อมกำชับหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงคมนาคมบูรณาการร่วมกันขับเคลื่อนแผนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ “ เพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวก ปลอดภัย ห่างไกล COVID – 19” ดังนี้

มิติอำนวยความสะดวกในการเดินทาง สนข. คาดการณ์ว่าในช่วง 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ 2566 จะมีปริมาณการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 13.60 ล้านคน – เที่ยว เพิ่มขึ้นจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ที่ผ่านมา โดยการเดินทางในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่เป็นรถไฟฟ้าและรถโดยสารสาธารณะ ตามลำดับ

การเดินทางระหว่างจังหวัดส่วนใหญ่เป็นเครื่องบิน รถไฟ และรถโดยสารสาธารณะ ตามลำดับ สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศส่วนใหญ่เป็นการเดินทางโดยเครื่องบิน ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงสั่งการให้จัดเตรียมระบบขนส่งสาธารณะทางบก ราง น้ำ และอากาศ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทางที่สถานีรถโดยสาร ท่าเรือและท่าอากาศยาน เพื่อให้บริการแก่พี่น้องประชาชนอย่างเพียงพอและเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด

นอกจากนี้ สนข. คาดการณ์ว่าในช่วง 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ 2566
จะมีปริมาณจราจรขาเข้าและออกกรุงเทพมหานครบนทางหลวงสายหลัก 5 เส้นทางในสายเหนือ อีสาน ตะวันออก ตะวันตกและใต้ รวม 4.60 ล้านคัน ดังนั้น เพื่อบริหารการจราจรให้เกิดความคล่องตัว กระทรวงคมนาคมจึงรณรงค์ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อกระจายการเดินทางและเหลื่อมเวลาการเดินทางในเส้นทางเข้า – ออกกรุงเทพมหานคร โดยขอความร่วมมือให้กลุ่มเดินทางใกล้ (ระยะทาง 200 – 300 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร) เดินทางออกทีหลัง – กลับก่อน โดยเลี่ยงการเดินทางช่วงที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการเดินทางสูงช่วงขาออกและขาเข้าในวันที่ 12 และวันที่ 16 เมษายน 2566 ตามลำดับ สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะขอให้วางแผนการเดินทางโดยสามารถจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและแจ้งอุบัติเหตุได้ที่ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม สายด่วน 1356 และ Application สายด่วน และ Website ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้เตรียมมาตรการบริหารจัดการจราจรบนเส้นทางถนนสายหลักและสายรองที่มีการจราจรหนาแน่นติดขัด อาทิ ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้เส้นทางรอง/เส้นทางเลี่ยง ที่ยังมีความสามารถรองรับปริมาณการจราจรได้ เช่น เส้นทางที่จะไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ทล. 304 (ฉะเชิงเทรา – กบินทร์บุรี) M6 (ปากช่อง – สีคิ้ว – ขามทะเลสอ) เส้นทางที่จะไปภาคเหนือ : ทล. 340 (บางบัวทอง – ชัยนาท) เส้นทางที่จะไปภาคตะวันออก : ทล. 3 (สุขุมวิท) ทล. 34 (บางนา – ตราด) รวมทั้งจะต้องคืนพื้นผิวจราจรและจัดการบริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้าง (Work Zone) รวมทั้งห้ามรถบรรทุก ๑๐ ล้อขึ้นไปเดินรถใน ๗ เส้นทางและแจ้งเจ้าของสินค้าวางแผนการขนส่งออกจากท่าเรือ

มิติความปลอดภัยในการเดินทาง มีการตรวจสอบ ปรับปรุง และจัดอุปกรณ์ความปลอดภัยบริเวณจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาวินัยจราจร และระมัดระวังเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทาง โดยเน้นการลดพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ “ ไม่ขับเร็ว – คาดเข็มขัดนิรภัย – สวมหมวกนิรภัย – ดื่มไม่ขับ – ง่วงไม่ขับ – ไม่ขับรถย้อนศร ” รวมถึงการสวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง
ที่สัญจรทางน้ำ และเพิ่มความระมัดระวังเมื่อเดินทางผ่านจุดเสี่ยง เช่น บริเวณจุดตัดรถไฟ/ทางลักผ่าน เขตทางรถไฟ

กำกับดูแลและบริหารจัดการให้เกิดความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อาทิ ตรวจความพร้อมและมาตรฐานความปลอดภัยของพนักงานขับขี่ ยานพาหนะ และสถานีขนส่งสาธารณะทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำและทางอากาศ การนำเทคโนโลยี เช่น กล้อง CCTV ระบบ GPS มาช่วยกำกับดูแลความปลอดภัยทางถนน นำระบบ AIS/VMS มาช่วยกำกับดูแลความปลอดภัยทางน้ำ

การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางในระดับท้องถิ่น อาทิ การรณรงค์ให้ชุมชนในพื้นที่ดูแลซึ่งกันและกันการเฝ้าระวังจุดตัดถนนกับรถไฟ การดูแลจุดเสี่ยงและการตั้งจุดตรวจบริเวณชุมชน

มิติด้านการควบคุม COVID – 19 โดยเน้นย้ำให้ระบบขนส่งสาธารณะต้องดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID – 19 อย่างเคร่งครัด

นายอธิรัฐฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้ร่วมกันให้บริการฟรี แก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. ๒๕๖๖ ประกอบด้วย

  • ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 เป็นเวลา 7 วัน (วันที่ 12 – 18 เมษายน 2566) สำหรับมอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง ได้แก่ หมายเลข 7 (กรุงเทพมหานคร – เมืองพัทยา) และหมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี และตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน) และทางพิเศษ 2 เส้นทาง ได้แก่ ทางพิเศษบูรพาวิถีและกาญจนาภิเษก นอกจากนี้ทางพิเศษอีก 3 เส้นทาง ได้แก่ ทางพิเศษศรีรัช อุดรรัถยา และเฉลิมมหานคร ยกเว้นค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 3 วัน (วันที่ 13 – 15 เมษายน 2566)
  • เปิดใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ช่วงปากช่อง – สีคิ้ว – ขามทะเลสอ ระยะทาง 64 กิโลเมตร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2566 สำหรับขาออกเป็นเวลา 3 วัน (วันที่ 12 – 14 เมษายน 2566) และขาเข้าเป็นเวลา 4 วัน (วันที่ 15 – 18 เมษายน 2566)
  • บริการที่จอดรถฟรี ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณลานจอดรถยนต์ระยะยาวโซน C เป็นเวลา 7 วัน (วันที่ 12 – 18 เมษายน 2566)

นอกจากนี้ นายอธิรัฐฯ ได้มอบนโยบายเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินการ ดังนี้

  • ให้กรมทางหลวงเปิดใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข ๖ ช่วงปากช่อง – สีคิ้ว – ขามทะเลสอ ระยะทาง 64 กิโลเมตร ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ระหว่างเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2566 ซึ่งกรมทางหลวงได้รับจะไปพิจารณาดำเนินการตามแนวนโยบายดังกล่าวต่อไป
  • ประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน ใช้เส้นทางรอง/เส้นทางเลี่ยงในการเดินทาง
  • ดำเนินการตามแผนเทศกาลสงกรานต์อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และรายงานสรุปการเกิดอุบัติเหตุใหญ่พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ผู้บริหารกระทรวงคมนาคมทราบ
    ทันทีหลังการเกิดเหตุ

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ หนุนสินเชื่อให้ครัวเรือนผ่านแบงก์รัฐ

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าปุ๋ยเคมีเกินกว่าครึ่ง

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด เช็กอินร้านอาหารเหนือ

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ปชช.

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ได้ประโยชน์ 3 เด้ง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน พลังงานสะอาดประเทศเพิ่ม ลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซผลิตไฟ