ธนาคารกรุงไทย ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25%

Date:

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 1.75% มีผลทันทีในวันที่ 29 มีนาคม 2566 เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่คาดว่าจะปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงกลางปี 2566 ธนาคารได้พิจารณาอย่างรอบคอบถึงการส่งผ่านต้นทุนทางการเงินที่ปรับเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าผู้ฝากเงิน และลูกค้าสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ยังอ่อนไหวต่อภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น และลูกค้าเอสเอ็มอี ให้สามารถปรับตัวได้อย่างราบรื่นและรับมือความท้าทายทางเศรษฐกิจ

ธนาคารปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงสุด 0.35% ต่อปี เพื่อส่งเสริมการออมให้ผู้ฝากเงินมีรายได้เพิ่มขึ้น ในภาวะที่ค่าครองชีพสูงขึ้น และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี โดยปรับอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) เพิ่มขึ้น 0.25% ต่อปี เป็น 6.60% ต่อปี ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) เพิ่มขึ้น 0.20% ต่อปี เป็น 7.07% ต่อปี และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อย (MRR) 0.25% ต่อปี เป็น 7.12%ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2566 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ธนาคารตระหนักถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในระยะข้างหน้าที่มีความไม่แน่นอน จึงสนับสนุนลูกค้าทุกกลุ่มปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยยืนหยัดดูแลผู้ฝากเงินผ่านการออม เพื่อรับมือกับความท้าทายรอบด้าน และติดตามสถานการณ์ของลูกค้าทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิด ซึ่งบางส่วนยังมีความอ่อนไหวต่อค่าครองชีพและภาระหนี้ที่สูงขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการความช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ลูกค้าได้รับความช่วยเหลือแบบตรงจุดและทันท่วงที และมาตรการช่วยเหลือพิเศษเพื่อแก้หนี้อย่างยั่งยืน

สำหรับลูกค้าประเภทบุคคลและลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย ทั้งลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดการชำระหนี้ ขยายระยะเวลาชำระหนี้เปลี่ยนประเภทหนี้ วงเงินกู้หมุนเวียน (Revolving Loan) เป็นวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และการเพิ่มสภาพคล่อง เป็นต้น โดยการพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งธนาคารจะเสนอแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยงของลูกค้า

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ หนุนสินเชื่อให้ครัวเรือนผ่านแบงก์รัฐ

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าปุ๋ยเคมีเกินกว่าครึ่ง

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด เช็กอินร้านอาหารเหนือ

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ปชช.

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ได้ประโยชน์ 3 เด้ง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน พลังงานสะอาดประเทศเพิ่ม ลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซผลิตไฟ