บลจ.กสิกรไทย รุกหาโอกาสทำกำไรรับจีนเปิดเมือง

Date:

นายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า จากการประเมินอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ที่ระหว่างธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และผู้ลงทุนได้ประเมินไว้ในอัตราที่แตกต่างกัน จะยังส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนอย่างต่อเนื่องภายใต้เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อย่างไรก็ดี “จีน” ยังคงเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หนึ่งเดียวที่ไม่ได้รับแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ อีกทั้งยังมีนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจที่ผ่อนคลาย ซึ่งสวนทางกับประเทศแกนหลักอื่นๆ

นายวจนะ กล่าวว่า บลจ.กสิกรไทย คาดว่าจะเห็นการกลับมาของตลาดหุ้นจีนในปี 2566 ซึ่งนอกเหนือจาก 2 ปัจจัยข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมอีก ได้แก่ 1) ทางการจีนมั่นใจว่า GDP จีนจะบรรลุ 5% ในขณะที่ IMF คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 5.2% ในปีนี้ 2) เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวชัดเจนเห็นได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการ และดัชนียอดค้าปลีกที่มีการปรับตัวขึ้น 3) ทางการจีนเริ่มส่งสัญญาณการสิ้นสุดของมาตรการคุมเข้มในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ 4) คาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตโดดเด่นมากกว่า 10% ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังคงต้องติดตามนโยบายภาครัฐที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อหุ้นบางกลุ่ม

“บลจ.กสิกรไทย ขอแนะนำ 3 กองทุนหุ้นจีน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน (K-CHINA), กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นจีน (K-CHX) และกองทุนเปิดเค ไชน่า คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-CCTV) เริ่มที่ K-CHINA มีความน่าสนใจจากการลงทุนหุ้นจีนในทุกตลาด (All China) ทั้งตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น (A-Share), ตลาดหุ้นฮ่องกง (H-Share) และตลาดหุ้นสหรัฐฯ (ADR) ทำให้มีความยืดหยุ่นในการลงทุนสูง โดยมีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds – China Fund, Class JPM China I (acc) – USD ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีการเติบโต (Growth) คุณภาพสูง (High Quality) และอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ กลุ่มอุปโภคบริโภค และสุขภาพ ทั้งนี้ กองทุน K-CHINA จากกสิกรไทย มีให้เลือกลงทุน 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) K-CHINA-A(D) แบบจ่ายเงินปันผล 2) K-CHINA-A(A) แบบสะสมผลตอบแทน 3) K-CHINA-SSF แบบเพื่อการออม และ 4) K-CHINA-RMF แบบเพื่อการเลี้ยงชีพ

สำหรับ K-CHX และ K-CCTV เป็นกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น (A-Share) เท่านั้น ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ทั้ง 2 กองทุนมีความแตกต่างกัน นั่นคือ “กลยุทธ์การลงทุน” โดย K-CHX เน้นลงทุนหุ้นจีนขนาดใหญ่ที่สุด 50 ตัวแรกตามดัชนี FTSE China A50 ผ่านกองทุนหลัก CSOP FTSE China A50 ETF (RMB) ทำให้ผลการดำเนินงานของ K-CHX เติบโตตามเศรษฐกิจจีน และมีค่าธรรมเนียมต่ำ เนื่องจากเป็นกองทุนแบบ Passive ส่วน K-CCTV เป็นกองทุนที่ใช้โมเดลควบคุมความเสี่ยง โดยผู้จัดการกองทุนของบลจ.กสิกรไทยจะคอยปรับสัดส่วนการลงทุนเพื่อลดความผันผวน และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนผ่าน 2 กองทุนหลัก ได้แก่ UBS China A Opportunity (USD) ที่เน้นลงทุนแบบ High Conviction ในหุ้นจีนคุณภาพดีประมาณ 20-60 ตัวเท่านั้น และ Schroder ISF China A (USD) ที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นผ่านการกระจายการลงทุน (Diversified)” นายวจนะ กล่าว

นายวจนะ กล่าวว่า ผู้ลงทุนทั้งที่เคยลงทุนและไม่เคยลงทุนในกองทุนหุ้นจีน สามารถเข้าลงทุนเพิ่มได้ในช่วงนี้ โดยแนะนำให้ลงทุนในกองทุนหุ้นจีน ไม่เกิน 20-25% ของพอร์ต ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละราย ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย หรือ ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนได้ตามช่องทางการลงทุนข้างต้น หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center 0 2673 3888 นอกจากนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถติดตามสถานการณ์การลงทุนที่สำคัญ และข่าวสารกองทุนรวมได้ตลอดเวลาที่ Facebook KAsset

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ทำเนียบฯ เตรียมโถงกลาง ให้นายกฯ แถลงข่าวหลังศาลตัดสิน

ทำเนียบฯ คึกคัก เตรียมโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า ให้นายกฯ แถลงข่าวหลังศาลตัดสิน จัดห้องม่วงรมต.ร่วมลุ้นคำวินิจฉัย

ธนาคารกรุงเทพ ประกาศจ่ายเงินปันผลเพิ่ม หุ้นละ 2.00 บาท

ธนาคารกรุงเทพ ประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรก ปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 26 กันยายน 2568

คปภ. ประกาศผลและมอบรางวัล “OIC InsurTech Award 2025”

คปภ. ประกาศผลและมอบรางวัล “OIC InsurTech Award 2025”สุดยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย พร้อม เงินรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท

“BCPG” ประกาศจ่ายเงินปันเพิ่ม หุ้นละ 0.10 บาท

“BCPG” ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งแรกปี 68 หุ้นละ 0.10 บาท