YLG เผยคนเจนใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปีสนใจเทรดทอง

Date:

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG)  เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกราคาทองคำเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างน่าสนใจมีช่วงที่ราคาทองคำขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 2,079 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากนั้นราคาแกว่งตัวสลับขึ้นลง อย่างไรก็ดีการแกว่งตัวของราคาทองคำนี้ถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาทำกำไรจากส่วนต่างการเคลื่อนไหวราคาในระหว่างวัน ทั้งนี้วายแอลจี ได้รวบรวมข้อมูลพฤติกรรมของนักลงทุนในปีนี้ พบว่า นักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในทองคำเริ่มมีอายุน้อยลง จากก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอายุเฉลี่ย 40 ปีขึ้นไป แต่ในปีนี้พบว่ามีนักลงทุนที่อายุช่วง 30 – 40 ปี และต่ำกว่า 30 ปีเข้ามาลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนผ่านแอปพลิเกชัน โดยวายแอลจีได้เก็บข้อมูลจากยอดการสมัคร แอปพลิเคชัน Get Gold แพลตฟอร์ม ซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ลงทุนเริ่มต้นเพียง 100 บาท สามารถซื้อขายได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งในแต่ละวัน พบว่าเป็นกลุ่มคนอายุระหว่าง 30-40 ปี 30 % และกลุ่มอายุต่ำกว่า 30 ปีมีจำนวน 25 % ซึ่งแตกต่างจากช่องทางอื่นที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนรุ่นใหญ่

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมองว่ามาจากช่องทางการเข้าถึงการลงทุนทองคำในปัจจุบันเข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่านแอปพลิเกชัน และใช้เงินลงทุนต่ำ อีกทั้งยังใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลด้านความปลอดภัยในการเก็บรักษา เพราะสามารถส่งคำสั่งซื้อ-ขายได้แบบเรียลไทม์ ไม่แตกต่างจากการลงทุนในหุ้น หรือสินทรัพย์อื่นๆ ส่วนการขายสามารถรับเป็นเงินสดตามราคาขายจริง หรือหากสะสมจนสามารถแลกทองคำก็สามารถทำได้ โดยสามารถมารับด้วยตัวเองที่ วายแอลจี สำนักงานใหญ่ หรือ รับทางไปรษณีย์

ทั้งนี้แม้ว่าในปัจจุบันราคาทองคำจะอยู่ในช่วงปรับฐาน เพราะได้รับแรงกดดันจากนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ยังคงประกาศว่าจะดำเนินนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นต่อไป และน่าจะมีการปรับขึ้นในการประชุมปลายเดือน ก.ค. นี้ อย่างไรก็ดีถึงแม้จะมีนักลงทุนจำนวนมากไม่เชื่อว่าจะสามารถดำเนินนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นได้อย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ เพราะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงถดถอย แต่นโยบายดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะสั้น อย่างไรก็ตามวายแอลจีมองว่า การปรับตัวลดลงของราคาทองคำในช่วงนี้นักลงทุนสามารถใช้เป็นจังหวะสะสมทองคำได้ โดยแนะนำหาจังหวะซื้อที่แนวรับแรก ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญสำคัญ 1,893 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และแนวรับที่สอง 1,857 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ส่วนแนวต้านมองที่ 1,948 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และ 1,984 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  สำหรับราคาทองคำในประเทศมองเคลื่อนไหวในกรอบ แนวรับด้านล่าง 30,800-31,400 บาทต่อบาททองคำ และแนวต้านด้านบน 32,400-33,000 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณด้วยค่าเงินบาท 35.05 บาทต่อดอลลลาร์ ณ วันที่ 6 ก.ค.2566 เวลา 16.45 น.)

“แม้ว่าราคาทองคำในช่วงนี้จะปรับตัวลดลง แต่วายแอลจียังคงแนะนำตามคำแนะนำของสภาทองคำโลกว่านักลงทุนควรมีทองคำไว้ในพอร์ตการลงทุนที่ 5-10% ของพอร์ตลงทุนรวม เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต เนื่องจากในปีที่ผ่านมาทองคำได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแม้จะเป็นปีที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้นแต่ทองคำก็ไม่ได้ปรับตัวลดลงหนัก” นางพวรรณ์ กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน สานต่อความร่วมมือภาคธุรกิจสหรัฐฯ

นายกฯ อนุทิน สานต่อความร่วมมือภาคธุรกิจสหรัฐฯ จากนครนิวยอร์กสู่ทำเนียบรัฐบาล หารือ USABC พร้อม 33 บริษัทชั้นนำ ขยายโอกาสการค้า–การลงทุน ดันไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

‘ศุภจี’ รู้สึกดี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ชี้ ต้องดูทั้งระบบ พยุงระยะยาว

‘ศุภจี’ รู้สึกดี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ชี้ ต้องดูทั้งระบบ พยุงระยะยาว ปลื้ม ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ‘B20-E20’ เริ่มส่งผล ทำปาล์มพุ่ง

นายกฯ อนุทิน ขอปชช.ใช้ชีวิตปกติ ยันประเทศไทยไม่มีวันขาดแคลนอาหาร

นายกฯ อนุทิน ขอปชช.ใช้ชีวิตปกติ ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล ยันประเทศไทยไม่มีวันขาดแคลนอาหาร

ส.อ.ท. ร่วม BOI เดินหน้าญี่ปุ่น ประสาน JETRO ต่อยอดฐานยานยนต์

ส.อ.ท. ร่วม BOI เดินหน้าญี่ปุ่น ประสาน JETRO ต่อยอดฐานยานยนต์ ขยายโอกาส Reinvent Thailand เชื่อมอุตสาหกรรมไทยสู่ตลาดใหม่