GGC เดินกลยุทธ์เชิงรุกขับเคลื่อนต่อยอดธุรกิจ สู่การเติบโตแบบยั่งยืน 

Date:

นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า GGC ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กร สร้างโอกาสการเติบโตในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ “TO BE A LEADING GREEN CHEMICAL COMPANY BY CREATING SUSTAINABLE VALUE” ภายใต้การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนพลังแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อคุณค่าที่ยั่งยืน ผ่านยุทธศาสตร์ 3 สร้าง ดังนี้

เข้มแข็ง : ในธุรกิจหลัก (Core Business) อาทิ เมทิลเอสเทอร์ (ME), แฟตตี้แอลกอฮอล์ (FA) และเอทานอล (EtOH) พร้อมปรับตัวเพื่อรับการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งเน้น Operational Excellence, Commercial Excellence หรือการควบคุมเพื่อลดการเกิดผลกระทบต่อธุรกิจหลัก

เติบโต : โดยการปรับ Portfolio ให้ชัดเจนสำหรับการลงทุนใน 3 กลุ่มธุรกิจ Bioenergy, Biochemicals และ Food Ingredients & Pharmaceutical ภายใต้เป้าหมายการดำเนินการ ได้แก่

·      โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ระยะที่ 2 (NBC2) : โครงการให้บริการด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพรายใหญ่ Nature Works ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2025

·      โครงการ TEX Expansion : โดย บริษัท ไทยอีทอกซีเลท จำกัด หรือ TEX บริษัทร่วมทุนระหว่าง GGC และ บริษัท บีเอเอสเอฟ (ไทย) จำกัด (BASF) ในสัดส่วน 50:50% ซึ่งเป็นธุรกิจที่ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์แฟตตี้แอลกอฮอล์ อีทอกซีเลท (FAEO) โดยเพิ่มกำลังผลิตจาก 1 แสนตันต่อปี เป็น 1.5 แสนตันต่อปี เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต    

·      ต่อยอดธุรกิจภายใต้ผลิตภัณฑ์ที่เป็น High Value Product ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลายน้ำให้มากขึ้น เพื่อมุ่งเน้นสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจส่วนประกอบอาหารและโภชนเภสัช (Food Ingredients & Pharmaceutical) โดยมีแผนออกผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ซึ่งเชื่อว่าธุรกิจนี้จะเป็น Portfolio ใหม่ที่สร้างการเติบโตและยั่งยืนให้กับ GGC  เนื่องจากผลิตภัณฑ์เป็น Green ซึ่งจะมีความชัดเจนภายในปลายปี 2024

ยั่งยืน : โดย GGC ยึดหลักการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมทั้งแสวงหาโอกาสทางธุรกิจจาก Decarbonization และทบทวนเป้าหมายการดำเนินงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง (Business Landscape) โดยมีเป้าหมายด้านการเติบโต คือ EBITDA CAGR ที่ 15% Competitive EBITDA Margin 11% ภายในปี 2030 จากการเติบโตของธุรกิจใหม่มากกว่า 50%   โดยสามารถคงเป้าหมายด้าน Net Zero ในปี 2050 ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีการทบทวนรายละเอียดการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ให้มีความชัดเจน รวมทั้งวัดผลได้

นายกฤษฎา ยังได้กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมในปี 2024 ว่า ตลาดเมทิลเอสเทอร์ (B100) ความต้องการใช้ปรับตัวดีขึ้นจากการบังคับใช้น้ำมันมาตรฐาน EURO 5 ตามนโยบายภาครัฐ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดเรื่องการปล่อยมลพิษและฝุ่นละอองจากเครื่องยนต์ ทำให้บริษัทฯ คาดว่าภาครัฐจะยังคงสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลที่ B7 เป็นน้ำมันพื้นฐานตลอดทั้งปี และยังได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ขณะที่ภาคอุปทานของตลาดเมทิลเอสเทอร์ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นของผู้ผลิตรายเดิมและมีราคาคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2023 ตามราคาน้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศ

แฟตตี้แอลกอฮอล์ (Natural Fatty Alcohols) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย จากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มี แนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียกับยูเครน และประเทศอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสคลี่คลาย ส่งผลให้ผู้ซื้อส่วนใหญ่กลับมาจัดซื้อสินค้าเพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลัง (restock)

มากขึ้น โดยอุปทานโดยรวมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากแผนขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตในประเทศอินโดนีเซีย และยังไม่มีแผนหยุดดำเนินการผลิตของผู้ผลิตรายอื่น และแนวโน้มราคาแฟตตี้แอลกอฮอล์ในปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ที่แข็งค่าขึ้น

กลีเซอรีน ปรับตัวดีขึ้นจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์ Epichlorohydrin (ECH) ฟื้นตัว โดยเฉพาะในประเทศจีนประกอบกับความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยส่วนบุคคล (Home and Personal Care) รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารและยา มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง

ส่วนอุปทานปรับตัวดีขึ้นจากมีการขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตแฟตตี้แอลกอฮอล์รายใหญ่ ในประเทศอินโดนีเซีย รวมทั้งนโยบายด้านพลังงานของแต่ละประเทศที่มีแนวโน้มสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น และราคาเฉลี่ยของกลีเซอรีนมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์ม

เอทานอล (E100) ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้ปัจจัยหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การลดราคาด้านพลังงานรวมถึงนโยบายลดราคาแก๊สโซฮอล ซึ่งเป็นการเพิ่มอุปสงค์ อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคอุปทานทรงตัว เนื่องจากไม่มีการขยายกำลังการผลิตของผู้ผลิตภายในประเทศ ด้านราคาเอทานอลทรงตัว ตามราคาวัตถุดิบสำหรับการผลิตเอทานอลโดยรวมที่เพิ่มขึ้น  

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ปี 2023 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 202 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย จำนวน 17,719 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 29 จากการปรับตัวลดลงของราคาขายเมทิลเอสเทอร์และแฟตตี้แอลกอฮอล์ตามราคาวัตถุดิบที่ลดลง แต่บริษัทฯ ได้บันทึกรายการพิเศษ จำนวน 60 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการตีมูลค่ายุติธรรมของหลักประกันเพิ่มขึ้นเป็นผลให้บริษัทฯ ลดการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายจากความเสียหายวัตถุดิบคงคลัง และปรับรายการภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ 

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ ไม่มีผู้บุกรุกเหลืออยู่ในพื้นที่อีกต่อไป ประกาศปิดพื้นที่เด็ดขาด ห้ามบุกรุกซ้ำ

“บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด

กิจกรรมแก้หนี้เชิงรุก “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด ช่วย SMEs ลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม “ปลดหนี้” สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ประกาศจุดยืน “อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ”

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมเวที CEO Forum ประกาศจุดยืน "อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ" สู่อนาคต Net Zero

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย – ภูฏาน

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย - ภูฏาน FTA ฉบับที่ 17 ของไทย เปิดตลาดใหม่สู่เอเชียใต้