ส่งออกไทย มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นบ้างต้อนรับปีมังกร 2024

Date:

SCB EIC ประเมินว่า การ ส่งออกไทย ส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นบ้างขยายตัวสูงสุดในรอบ 19 เดือน มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยในเดือน ม.ค. 2024 อยู่ที่ 22,649.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่อง 10%YOY ถือเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 19 เดือน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมูลค่าการส่งออกทองคำที่ขยายตัวมากถึง 194.2%YOY (คิดเป็น Contribution to %YOY Growth = 1.5%) และปัจจัยฐาน หากหักปัจจัยพิเศษนี้แล้ว การส่งออกไทยไม่รวมทองคำจะยังขยายตัวได้ 8.5%YOY และค่อนข้างทรงตัวจากเดือนก่อน -0.3%MOM_SA ถือว่าสัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออกไทยเริ่มชัดเจนขึ้นบ้าง แม้จะมีอุปสรรคในการขนส่งสินค้าทางเรือจากเหตุสงครามฯ 

การ ส่งออกไทย สินค้าเดือนม.ค. 2024 ขยายตัวดีขึ้นทุกกลุ่ม 

ภาพรวมการส่งออกรายสินค้าดีขึ้นทุกกลุ่มนำโดย (1) สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว 14% จากหดตัว -8.3% ในเดือนก่อนโดยเฉพาะข้าว ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง และยางพารา ขณะที่มันสำปะหลังเป็นสินค้าสำคัญที่หดตัว (2) สินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 10.3% เร่งขึ้นจาก 5% ในเดือนก่อน โดยเฉพาะเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ขณะที่รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเป็นสินค้าสำคัญที่หดตัว
(3)
สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 3.8% ต่อเนื่องจาก 3.6% ในเดือนก่อน โดยผลไม้กระป๋องและแปรรูป
และเครื่องดื่มเป็นสินค้าหลักที่ขยายตัวดี ขณะที่น้ำตาลทรายเป็นสินค้าสำคัญที่หดตัวและ (4) สินค้าแร่และเชื้อเพลิงขยายตัว 7.1% ชะลอลงจาก 32.4% ในเดือนก่อน(รูปที่ 1 และ 2)

การส่งออกเดือนนี้ขยายตัวทุกตลาดสำคัญ 

ภาพรวมการส่งออกขยายตัวในทุกตลาดสำคัญ โดย (1) ตลาดยุโรป ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 8 เดือน 3.6%YOY เทียบกับหดตัว -8.4%YOY ในเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าในตลาดยุโรปขยายตัวได้หลายกลุ่มสินค้าท่ามกลางข้อจำกัดในการขนส่งเอเชีย-ยุโรปผ่านทะเลแดง การส่งออกสินค้าสำคัญ 15 ลำดับแรกของตลาดนี้ขยายตัวถึง 10 รายการ โดยเฉพาะเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (85.4%) และยางพารา (55.8%) (2) ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัว 13.7% เร่งขึ้นมากจาก 0.3% ในเดือนก่อน การส่งออกสินค้าในตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวได้อย่างทั่วถึงเช่นกัน โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (62%) และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (50.4%)(3)ตลาดฮ่องกงขยายตัวแข็งแกร่ง 72% เร่งขึ้นจาก 35% ในเดือนก่อน โดยการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบขยายตัว 314.2% และ 24,775.9%ตามลำดับ (4) ตลาดจีนขยายตัวต่อเนื่อง 2.1% ใกล้เคียงกับ 2% ในเดือนก่อน

แต่ดุลการค้า (ระบบศุลกากร) กลับมาขาดดุลเพราะนำเข้าเพื่อใช้ผลิตและลงทุนสูงขึ้น 

มูลค่าการนำเข้าสินค้าในเดือน.. 2024 อยู่ที่ 25.407.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐพลิกกลับมาขยายตัว 2.6%YOY โดยการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป และการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวแข็งแกร่งราว 10% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การนำเข้ายานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่งหดตัวครั้งแรกในรอบ 13 เดือนที่ -16.7% การนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงหดตัวรุนแรงขึ้นเป็น -15.7% และการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคหดตัวเล็กน้อย -0.1% ดุลการค้าระบบศุลกากรในเดือนนี้จึงพลิกกลับมาขาดดุล -2,757.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับเกินดุล 972.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือน ธ.ค. 2023 

SCB EIC ประเมินมูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัวต่อเนื่องในปีนี้ 

SCB EIC มองมูลค่าการส่งออกไทยจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ในปี 2024 จากแรงสนับสนุนหลายด้าน ได้แก่ (1) ปริมาณการค้าโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ที่แม้จะชะลอลงบ้างแต่จะยังขยายตัวได้ใกล้เคียงปีก่อน (2) ภาคการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าระหว่างประเทศจะกลับมามีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกมากขึ้นในปี 2024 สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตโลกในเดือน ม.ค. ที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 50 เป็นครั้งแรกในรอบ 17 เดือน อีกทั้ง ข้อมูล PMI ภาคการผลิตขั้นต้นในเดือน ก.พ. ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญที่สุดของไทยยังขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 17 เดือน แม้ภาคการผลิตในหลายประเทศจะยังซบเซาต่อเนื่อง (รูปที่ 3) (3) ราคาสินค้าส่งออกที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง เช่น ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิตในตลาดโลกที่ลดลงจากภัยแล้งและนโยบายควบคุมการส่งออกสินค้าในบางประเทศ 

ทั้งนี้อัตราการขยายตัวของการส่งออกสินค้าในรูป %YOY จะมีแนวโน้มลดลงในช่วงที่เหลือของปีตามปัจจัยฐานโดยเฉพาะในเดือนมี.. ที่อาจติดลบสูง เนื่องจากไทยส่งออกทองคำในเดือน มี.ค. 2023 มากถึง 1,568.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงสำคัญหลายประการ เช่น ปัญหาการขนส่งในทะเลแดงและคลองปานามา การแบ่งขั้วของห่วงโซ่อุปทานโลก การนำภาษีนำเข้าและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการกีดกันทางการค้ามาใช้มากขึ้น และการฟื้นตัวของความต้องการนำเข้าสินค้าของประเทศผู้นำเข้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ความกังวลประเด็นปัญหาในทะเลแดง (คลองสุเอซ) และภัยแล้งในคลองปานามาเริ่มลดลงแต่ต้องจับตาหากสงครามขยายวงกว้างและยืดเยื้อ 

เหตุการณ์โจมตีเรือขนส่งสินค้าของกบฏฮูตีในบริเวณทะเลแดง (คลองสุเอซ) และภัยแล้งในคลองปานามา ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญของโลกส่งผลให้ค่าระวางเรือและระยะเวลาขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา โดยค่าระวางเรือในการขนส่งระหว่างไทยไปยังยุโรป เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 4,900 ดอลลาร์สหรัฐ ณ 17 ก.พ. 2024 (เพิ่มเป็น 4 เท่าของเดือน พ.ย. 2023) ขณะที่ค่าระวางเรือในการขนส่งระหว่างไทยไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นถึง 7,200 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็น 3 เท่าของเดือน พ.ย. 2023) สร้างความกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปในช่วงต้นปี 2024 โดยเฉพาะการส่งออกไปยุโรปเนื่องจากต้องพึ่งพาการเดินเรือผ่านคลองสุเอซ

ล่าสุดความกังวลในสถานการณ์ดังกล่าวปรับลดลง สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกของไทยในเดือน ม 2024 ที่ออกมาไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากนักจากเหตุการณ์ทั้งสอง โดยยังสามารถขยายตัวได้มากถึง 10%YOY (หักทอง 8.5%YOY) แม้จะค่อนข้างทรงตัวจากเดือนก่อนแบบปรับฤดูกาลที่ -0.3%MOM_SA อีกทั้ง การส่งออกไปตลาดยุโรปสามารถขยายตัวได้ชัดเจน 4.8% หรือ 2.9%MOM_SA นอกจากนี้ ค่าระวางเรือยังเริ่มปรับลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงก่อนเหลือ 3,900 และ 6,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 3 และ 2.5 เท่าของเดือน พ.ย. 2023) ในเส้นทางระหว่างไทย-ยุโรปและไทย-สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี SCB EIC ยังจับตาประเด็นดังกล่าวนี้ เนื่องจากหากปัญหาลุกลามเป็นวงกว้างและยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเพิ่มเติมได้

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ 

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ ไม่มีผู้บุกรุกเหลืออยู่ในพื้นที่อีกต่อไป ประกาศปิดพื้นที่เด็ดขาด ห้ามบุกรุกซ้ำ

“บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด

กิจกรรมแก้หนี้เชิงรุก “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด ช่วย SMEs ลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม “ปลดหนี้” สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ประกาศจุดยืน “อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ”

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมเวที CEO Forum ประกาศจุดยืน "อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ" สู่อนาคต Net Zero

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย – ภูฏาน

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย - ภูฏาน FTA ฉบับที่ 17 ของไทย เปิดตลาดใหม่สู่เอเชียใต้