BVG กำไรปี 66 โต 28% แตะ 69 ล้านบาท 

Date:

นางนวรัตน์ วงศ์ฐิติรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG หนึ่งในผู้นำในการดำเนินธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน สำหรับบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ในประเทศไทย  เปิดเผยถึงผลประกอบการงวดไตรมาส 4/66 ว่า กำไรสุทธิพุ่งทะยาน 109% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 19 ล้านบาท รายได้รวมเติบโตโดดเด่น 22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 141 ล้านบาท

ทำให้ BVG เดินหน้าสร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง หนุนภาพรวมทั้งปี 2566 บริษัทกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 28% อยู่ที่ 69 ล้านบาท รายได้รวมเพิ่มขึ้น 19% อยู่ที่ 522 ล้านบาท 

อานิสงค์จากภาพรวมธุรกิจประกันภัยที่เริ่มกลับสู่สภาวะปกติ หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 คลี่คลาย ส่งผลให้มีจำนวนการใช้บริการเคลมประกันภัยรถยนต์และประกันสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับการเติบโตทั้งในส่วนของธุรกิจเดิมและธุรกิจใหม่ด้าน AI ทำให้มีการขยายตัวของปริมาณการใช้งานระบบและฐานลูกค้าอย่างก้าวกระโดด

ทั้งในธุรกิจแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสำหรับการเคลมประกันภัยรถยนต์ (ระบบ EMCS) ธุรกิจบริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทนผ่านระบบแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน (บริการ TPA) และธุรกิจบริการที่ปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย (บริการ BVA) นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถบริหารจัดการด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถรักษาอัตราการทำกำไรสุทธิได้ที่ 13% 

“ปีนี้นับเป็นปีที่ฐานลูกค้าในระบบ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทประกันภัย อู่ซ่อมรถยนต์ หรือศูนย์บริการรถยนต์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมีนัยยะสำคัญ โดย ณ สิ้นปี 66 มีจำนวนฐานลูกค้าในระบบกว่า 4,100 ราย เติบโตจากปีที่แล้วที่มีจำนวนฐานลูกค้าในระบบกว่า 3,800 ราย และเรายังมองเห็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจต่อไปในอนาคตที่สอดคล้องกับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ทะยอยเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยอย่าง BYD, GWM, MG และหรือ TESLA ที่หันมาใช้บริการบริษัทเราในช่วงปีที่ผ่านมา” นางนวรัตน์กล่าว

นางนวรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปี 2567 บริษัท ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 600 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 15% พร้อมรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่าปี 2566 ภายใต้กลยุทธ์การเดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชา ผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตร เน้นบริการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลและสินไหมทดแทน ผ่านระบบแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน (บริการ TPA) ซึ่งได้มีการจดทะเบียนบริษัทแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คาดว่า จะเริ่มสร้างรายได้ให้กับบริษัทช่วงครึ่งหลังของปี 2567

สำหรับธุรกิจ   AI Estimate ซึ่งเป็นการนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยในขั้นตอนที่ผู้เอาประกันภัยแจ้งการเกิดอุบัติเหตุให้มีความสะดวกรวดเร็วและช่วยประเมินความเสียหายเบื้องต้นเพื่อประมาณการค่าสินไหมทดแทน คาดจะเริ่มทำรายได้ให้กับบริษัทภายในช่วงไตรมาส 3/67 ล่าสุดอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น หลังเริ่มดำเนินการให้ลูกค้าทดลองใช้ ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/66 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริษัทยังเตรียมเดินหน้าโปรเจกต์ใหม่ๆ ต่อยอดการเติบโตแบบก้าวกระโดด ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘ศุภจี’ ยัน ‘กระเป๋าต้องรอด 72 ชม.’ พร้อมรับมือภัยพิบัติ

‘ศุภจี’ ยัน ‘กระเป๋าต้องรอด 72 ชม.’ ได้เตรียมสินค้าไว้พร้อมแล้ว ประสาน ปภ.-ห้างค้าส่ง คุมเข้มห่วงโซ่อุปทานรับมือภัยพิบัติ

กรมศุลกากร ยึด ‘เต่า’ ตามบัญชีไซเตส มูลค่า 1.44 ล้านบาท

กรมศุลกากรบูรณาการร่วมกับกรมประมง กรมอุทยาน ฯ ตำรวจ บก. ปทส. และคลังสินค้าฯ ตรวจยึดเต่าตามบัญชีไซเตส มูลค่า 1.44 ล้านบาท

นายกฯ อนุทิน สานต่อความร่วมมือภาคธุรกิจสหรัฐฯ

นายกฯ อนุทิน สานต่อความร่วมมือภาคธุรกิจสหรัฐฯ จากนครนิวยอร์กสู่ทำเนียบรัฐบาล หารือ USABC พร้อม 33 บริษัทชั้นนำ ขยายโอกาสการค้า–การลงทุน ดันไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

‘ศุภจี’ รู้สึกดี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ชี้ ต้องดูทั้งระบบ พยุงระยะยาว

‘ศุภจี’ รู้สึกดี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ชี้ ต้องดูทั้งระบบ พยุงระยะยาว ปลื้ม ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ‘B20-E20’ เริ่มส่งผล ทำปาล์มพุ่ง