“ธีระชัย” ชี้มาตรการรัฐแก้หนี้ เอาเงินของชาติไปอุ้มแบงค์พาณิชย์

Date:

นายธีระชัยภูวนาถนรานุบาลอดีตรมว.คลังประธานกรรมการด้านวิชาการพรรคพลังประชารัฐโพสต์เฟสบุ๊กThirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัยภูวนาถนรานุบาลระบุว่า

เอาเงินของชาติไปอุ้มแบงค์พาณิชย์

รัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นแค่การตั้งโจทย์ตามตำราแต่ไม่แสดงวิธีการที่ทำได้จริง หรือในส่วนที่มีวิธีการ ก็เน้นให้ประโยชน์เฉพาะแก่นายทุน ตัวอย่างเช่นเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน

รัฐบาลเลียนแบบแนวคิดแก้ปัญหาหนี้ที่พรรคพลังประชารัฐโดยสองอดีตรัฐมนตรีคลัง ผมและดร.อุตตม สาวนายน เคยเสนอไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 ให้ใช้เงินที่แบงค์พาณิชย์จ่ายกองทุนฟื้นฟูครึ่งหนึ่งเป็นเวลาห้าปี  แต่กลับบิดข้อเสนอไปอุ้มแบงค์พาณิชย์ แทนที่จะดูแลประชาชน

นโยบายของรัฐบาลมีข้อตำหนิ ดังนี้

1. ลอยแพลูกหนี้ที่อ่อนแอ

รัฐบาลจะช่วยแต่เฉพาะลูกหนี้ที่ปริ่มน้ำ คือรายที่เพิ่งค้างชำระยังไม่เกิน 1 ปี 

ในข้อเท็จจริง ลูกหนี้กลุ่มนี้ประคองตัวเองผ่านวิกฤตโควิดมาได้ ช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง แบงค์พาณิชย์จึงต้องแก้ปัญหากลุ่มนี้ตามครรลองปกติด้วยเงินของตัวเอง รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้แบงค์พาณิชย์เข้ามาลัดคิวใช้ประโยชน์จากเงินของภาครัฐ

เงินของภาครัฐจะต้องช่วยลูกหนี้รายย่อยที่จมน้ำก่อน เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระต่อสังคมในที่สุด กลุ่มนี้จมน้ำมาตั้งแต่วิกฤตโควิด รายได้ยังกลับไปไม่ถึงระดับก่อนโควิดด้วยซ้ำ และรัฐต้องช่วยเหลือเร่งด่วน

รัฐบาลแย้มแนวคิดชัดเจนว่า เหตุผลที่จะช่วยเฉพาะกลุ่มที่ปริ่มน้ำก็เพราะเห็นว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ จึงเป็นการมุ่งให้เกิดประโยชน์แก่แบงค์พาณิชย์เป็นสำคัญ กลับเจตนาละทิ้งประชาชน

2. ไม่ได้ช่วยลูกหนี้รายย่อย

สองอดีตรัฐมนตรีคลังเสนอให้ช่วยลูกหนี้รายย่อย โดยเน้นครัวเรือนที่รายได้ต่อเดือนไม่เกิน 30,000 บาท เพราะข้อมูลจากเครดิตบูโรแสดงว่าเป็นกลุ่มที่มีปัญหาหนักสุด แต่รัฐบาลกลับไปกำหนดตามยอดหนี้ โดยหนี้บ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท หนี้รถไม่เกิน 8 แสนบาท 

ผมมีความเห็นว่า ควรแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนทุกประเภทตามระดับรายได้ที่พรรคพลังประชารัฐเสนอ ไม่ว่าจะมีการกู้บ้านหรือกู้รถหรือไม่

นอกจากนี้ รัฐบาลให้กลุ่มหนี้เอสเอ็มอี ที่ไม่เกิน 3 ล้านบาทเข้ามาในโครงการด้วย ผมมีความเห็นว่าเงินที่มาจากภาครัฐนั้น ต้องช่วยลูกหนี้ครัวเรือนให้ครบถ้วนเสียก่อน 

เพราะแบงค์พาณิชย์พิจารณาปล่อยสินเชื่อภาคธุรกิจด้วยความชำนาญ เมื่อเกิดปัญหา แบงค์พาณิชย์ต้องแก้ปัญหาโดยใช้เงินของตนเองก่อน ไม่ใช่จ้องที่จะใช้เงินจากภาครัฐ

3. แบงค์พาณิชย์แบกภาระน้อย

สองอดีตรัฐมนตรีคลังเสนอให้บังคับแบงค์พาณิชย์เอาเงินจากภาครัฐไปลดยอดหนี้เงินต้น (haircut) โดยจะต้องควักกระเป๋าเอากำไรสะสมคืนให้ลูกหนี้ เอามาร่วมด้วยไม่น้อยกว่า 25% ของหนี้ที่ลด อันเป็นการร่วมมือกันแก้ปัญหาระหว่างรัฐบาลกับแบงค์พาณิชย์

แต่รัฐบาลกลับบิดข้อเสนอเพื่อให้ประโยชน์แก่แบงค์พาณิชย์ โดยไม่มีการลดยอดหนี้เงินต้น (haircut) มีแต่ให้ลูกหนี้พักการชำระดอกเบี้ยและจ่ายเฉพาะเงินต้นเป็นเวลา 3 ปี จึงเป็นการใช้เงินของภาครัฐไปชดเชยแก่แบงค์พาณิชย์

ผมขอย้ำว่า การที่รัฐบาลบิดข้อเสนอเพื่อเอาเงินจากภาครัฐไปเป็นประโยชน์แก่แบงค์พาณิชย์เป็นหลักนั้น ไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนทั้งประเทศ เพราะเป็นเจ้าของเงินในกองทุนฟื้นฟู

4. ไม่แก้ปัญหายึดบ้านยึดรถ

สองอดีตรัฐมนตรีคลังเห็นว่าโครงการใช้เงินกองทุนฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนนั้น ถึงแม้แบงค์พาณิชย์จะต้องควักกระเป๋ามาร่วมลงขัน แต่ก็จะเป็นการฟื้นฟูลูกหนี้ ให้โอกาสชีวิตใหม่ ซึ่งจะกลับมาเป็นลูกค้าที่ดี อันจะเป็นประโยชน์แก่ระบบแบงค์พาณิชย์

จึงได้เสนอให้แบงค์พาณิชย์ต้องแก้ปัญหาลูกหนี้ที่จมดินด้วย คือรายที่ธนาคารฟ้องคดีเสร็จสิ้นแล้ว กำลังจะถูกบังคับคดียึดบ้าน ยึดรถ และอาจถูกฟ้องล้มละลาย

โดยกำหนดว่า แบงค์ใดที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องยอมสละสิทธิในการฟ้องล้มละลาย จะต้องยอมชะลอการยึดหลักประกัน และจะต้องยอมลดราคาขายประกัน เพื่อให้ลูกหนี้มีโอกาสมาซื้อหลักประกันคืน ตามหลักเกณฑ์ที่สมาคมธนาคารไทยจะกำหนดร่วมกับ ธปท. ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับลูกหนี้ที่มียอดหนี้ไม่เกิน 3 ล้านบาท

ปรากฏว่า มาตรการของรัฐบาลได้ลอยแพลูกหนี้ที่จมดินไปทั้งสิ้น จึงเป็นมาตรการที่เอียงกะเท่เร่ กลับไปเทผลประโยชน์ที่มาจากส่วนรวมของประเทศ เอาไปเพื่ออุ้มแบงค์พาณิชย์อย่างไม่สมดุล

ผมจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวน และสองอดีตรัฐมนตรีคลังจะมีการแถลงข่าวเจาะลึกในเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กลับเน้นกระตุ้นกระเป๋าของนายทุน จัดที่พรรคพลังประชารัฐ ในวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2567

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ 

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ ไม่มีผู้บุกรุกเหลืออยู่ในพื้นที่อีกต่อไป ประกาศปิดพื้นที่เด็ดขาด ห้ามบุกรุกซ้ำ

“บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด

กิจกรรมแก้หนี้เชิงรุก “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด ช่วย SMEs ลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม “ปลดหนี้” สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ประกาศจุดยืน “อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ”

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมเวที CEO Forum ประกาศจุดยืน "อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ" สู่อนาคต Net Zero

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย – ภูฏาน

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย - ภูฏาน FTA ฉบับที่ 17 ของไทย เปิดตลาดใหม่สู่เอเชียใต้