อินโนพาวเวอร์   ปี 68 ดึงรายย่อยร่วมลดคาร์บอน

Date:

นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด  เปิดเผยว่า การผลักดันแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economic & Society)ของกลุ่มประเทศผู้นำเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ตลาดของการรับรองพลังงานหมุนเวียนและไฟฟ้าสีเขียวภายในไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด และส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัท โดยในปี 2567 เบื้องต้นบริษัทมีรายได้รวม 288.9 ล้านบาท ขยายตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 92% และเริ่มมีกำไรสุทธิแล้ว ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ 1 ปี

ทั้งนี้ ผลประกอบการเติบโตมาจากผลิตภัณฑ์หลัก 3 โซลูชันที่มีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ ได้แก่ (1) การซื้อขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) (2) โซลูชันด้านเทคโนโลยีพลังงาน เช่น ธุรกิจให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar EPC) และ (3) โซลูชันด้าน Mobility เช่น ธุรกิจให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า (EV Fleet) และ ธุรกิจติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าครบวงจรที่ตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาดและสอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้เชิงบวกที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังก้าวเดินอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อรองรับโอกาสและความท้าทายในตลาดเทคโนโลยีพลังงานที่กำลังเติบโต

สำหรับปี 2568 บริษัทได้วางเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 400 ล้านบาท ขยายตัวประมาณ 38%เมื่อเทียบกับปี 2567 และจะเพิ่มพันธมิตรธุรกิจได้มากกว่า 30% โดยจะขยายกลุ่มเป้าหมายสู่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเพิ่ม ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เมื่อรวมยอดสะสมตั้งแต่ปี 2565 จะรวมลดคาร์บอนได้ราว 4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยบริษัทยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ ‘พันธมิตรพิชิตคาร์บอน’ ซึ่งเน้นการเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ลูกค้าลดคาร์บอนอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุมความต้องการของลูกค้าแบบครบวงจร (End-to-End Solution) โซลูชันใหม่ที่บริษัทเปิดตัวในเดือนมกราคม คือ ธุรกิจที่ปรึกษาและบริการด้าน Decarbonization ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสนับสนุนกลยุทธ์ โดยให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครอบคลุมตั้งแต่ การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การวางกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซ การทวน และการให้คำปรึกษาด้านพลังงาน เพื่อสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ในการบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ

ในเดือนมีนาคมนี้ บริษัทจะเปิดตัวธุรกิจ REC Aggregator ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการตรวจรับรอง REC เพื่อรองรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและธุรกิจที่ติดตั้ง Solar Rooftop โดยผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะสามารถแปลงปริมาณไฟฟ้าสะอาดที่ผลิตได้เป็น REC ผ่านแพลตฟอร์มของบริษัท ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการใช้พลังงานสะอาดผ่านการซื้อขายในตลาดพลังงานหมุนเวียน โดยบริษัทได้ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายการรับรู้และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแพลตฟอร์ม พร้อมตั้งเป้าหมายเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้งานได้

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวธุรกิจการซื้อขายและบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า โดยต่อยอดจากความเป็นผู้นำด้าน REC โดยคาดว่าในไตรมาสที่ 3 จะเปิดบริการ Carbon Credit Aggregator ซึ่งบริษัทจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมคาร์บอนเครดิตจากการชาร์จไฟฟ้าจากเครื่องชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC Charger) และนำไปซื้อขายในตลาดคาร์บอนในเฟสต่อไปของโครงการ มีแผนที่จะต่อยอดสู่ผู้ใช้รถ EV โดยทุกระยะทางการขับขี่จะสามารถแปลงเป็นคาร์บอนเครดิตและนำไปขายได้ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยทำให้การเข้าถึงพลังงานสะอาดเป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวทุกคนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ในเชิงธุรกิจเท่านั้น

“การขยายบริการด้าน Decarbonization ไปสู่รายย่อยจะช่วยเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีพลังงานที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และด้วยกลยุทธ์ ‘Decarbonization Partner’บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในตลาดคาร์บอนต่ำและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน” นายอธิป กล่าว ​​

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ ยันไทยพร้อมรับมือ  สหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าไทยสูง​ 36%

นายกฯ ยันไทยเตรียมพร้อมรับมือ มีแผนระยะสั้น-ยาว หลังสหรัฐฯเคาะภาษีนำเข้าไทยสูง​ 36% ​ ตั้งทีมเจรจา​ เชื่อยังต่อรองได้

ค่าเงินบาท “อ่อนค่าลงหนัก” หลังทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าไทย

ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  34.38 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก” หลังทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าไทย

นายกฯ ยัน ไม่รีบดันร่าง “พ.ร.บ. กาสิโน” เข้าสภาฯ

นายกฯ ยัน ไม่รีบดันร่าง “พ.ร.บ. กาสิโน” เข้าสภาฯ ลั่น พยายามบริหารงานทุกทางไม่ให้เกิดความขัดแย้ง บอกยังมีเวลาทำความเข้าใจ

ส่งออกไทยเดือดร้อนหนักแน่แล้ว

ส่งออกไทยเดือดร้อนหนักแน่แล้ว หลังทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีไทย ภาษีฐาน 10% บวกภาษีตอบโต้อีก 36% รวมเป็น 46%