คาดการโอนที่อยู่อาศัย ปี 68 หดตัวเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

Date:

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เริ่มต้นปี 2568 ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังสะท้อนภาพชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2567 จากข้อมูล AREA การจองซื้อที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ (Take up rate) ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเดือน ม.ค. 68 เฉลี่ยอยู่ที่ 19% ชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2567ช่วงที่เหลือของปี ตลาดที่อยู่อาศัยมีความท้าทายสูง เมื่อปัจจัยหนุนใหม่ยังไม่แน่นอน ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของตลาดยังอ่อนแอ จากผลสำรวจความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อในช่วง 1-2 ปีนี้ เนื่องจาก

– ข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ และภาระรายจ่ายต่อเดือนที่สูงจากหนี้และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เป็นปัญหาสำคัญของผู้ที่อยากซื้อที่อยู่อาศัย ผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า กว่า 3 ใน 4 ของกลุ่มตัวอย่าง GenY ที่มีอายุเฉลี่ย 28-39 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของตลาดและมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยสูง มีภาระหนี้ (อาทิ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ บัตรเครดิตและส่วนบุคคล) มากกว่าเฉลี่ยทุกกลุ่มที่ 22%

– ต้นทุนการครอบครองที่อยู่อาศัยสูงขึ้น ซึ่งรวมไปถึงราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นสูง และค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างค่าธรรมเนียมในการซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองได้หมดลงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2567 ทำให้ในปีนี้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยต้องชำระค่าธรรมเนียมเต็มจำนวน เช่น ที่อยู่อาศัยราคา 5 ล้านบาท ผู้ซื้อต้องชำระค่าธรรมเนียมการโอนฯและค่าจดจำนองเพิ่มขึ้น 149,000 บาท

– แรงกดดันจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว มองไปข้างหน้าทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อการมีงานทำและรายได้ในระยะข้างหน้า ผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่คิดจะซื้อที่อยู่อาศัยในช่วง 1-2 ปีนี้ ยังมีความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม หากมีการผ่อนคลาย LTV ในรอบนี้ ผลบวกต่อตลาดที่อยู่อาศัยคงจะไม่มากเท่าในรอบก่อน สะท้อนจากความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแม้ในระดับกลางขึ้นบน (ราคาต่อหน่วย 7.5 ล้านบาทขึ้นไป) ที่จำนวนการโอนฯ ก็ยังหดตัวกว่า 9.3% ในปี 2567 (ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ทั้งปี 2568 กิจกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยจะหดตัวเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศทั้งจากนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาจะมีประมาณ 3.34 แสนหน่วย หดตัว 4% (YoY) ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งจากนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลอาจมีจำนวน 1.68 แสนหน่วย หรือหดตัวประมาณ 1.8%

ติดตามท่าทีทางการต่อมาตรการ LTV ทั้งเงื่อนไขและกรอบเวลา รวมถึงมาตรการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น มาตรการทางภาษีและการลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่อยู่อาศัย มาตรการสินเชื่อ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากมีการผ่อนปรนลง ก็จะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะยังขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจ รวมถึงความพร้อมทางการเงินและคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อของผู้บริโภคแต่ละราย เนื่องจากการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นภาระผูกพันระยะยาว ท่ามกลางสถานการณ์ด้านกำลังซื้อและรายได้ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

หากทางการมีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ LTV จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดที่อยู่อาศัย ช่วยเพิ่มความสามารถในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย เห็นได้จากในช่วงระหว่างวันที่ 20 ต.ค. 64 – 31 ธ.ค. 65 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนคลายเพดาน LTV เป็น 100% ทุกสัญญาเป็นการชั่วคราว การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 13% เทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนมีการผ่อนเกณฑ์ LTV ขณะที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเพิ่มขึ้น 6%

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ธ.ก.ส. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

ธ.ก.ส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวารถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ออมสิน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

ออมสิน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บสย. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

บสย. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

SME D Bank ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

SME D Bank ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง