
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ระบุว่า
ทักษิณ:ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 3 เม.ย.68 นายนเรนทร โมที (H.E. Mr. Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐอินเดีย โพสต์รูปถ่ายภาพคู่กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศไทย ลงในแอปพลิเคชั่น X (ทวิตเตอร์) ชื่อบัญชี @narendramodi พร้อมระบุข้อความว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เขามีประสบการณ์มากมายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกครองและการกำหนดนโยบาย นอกจากนี้ เขายังเป็นเพื่อนที่ดีของอินเดียและมีความสัมพันธ์อันดีกับนายอตัล จี”
ถ้านายนเรนทร โมที ไม่โพสต์ทวิตตอร์หรือเอ็กซ์ (X) เกี่ยวกับภาพและเรื่องราวที่ได้พบกับนายทักษิณ ชินวัตร คนไทยก็คงไม่รู้ว่า นายทักษิณมีบทบาทได้พบกับผู้นำต่างประเทศ ในการประชุมบิมสเทค (BIMSTEC) กับใครบ้างหรือไม่ ที่รับทราบและเปิดเผยก็คือ ได้พบกับนายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีประเทศอินเดีย ยังมีผู้นำอีกหลายประเทศ ซึ่งไม่ทราบว่านายทักษิณได้พบกับใครอีกหรือไม่
จึงอยากตั้งคำถามนี้ไปยังรัฐบาล คือนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมบิมสเทค (BIMSTEC) นายทักษิณได้แสดงบทบาทไปต้อนรับและผู้นำประเทศต่างๆเข้าพบ เป็นการแสดงบทบาทในสถานะใด และได้ใช้ทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ หรือสถานที่แห่งใด ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมบิมสเทค (BIMSTEC) อีกกี่คน สังเกตุได้จากด้านหลังภาพมีธงชาติไทยคู่กับธงชาติอินเดีย รูปแบบเหมือนกับการจัดสถานที่พบกันของผู้นำระดับประเทศ
ถ้าหากรัฐบาลชุดนี้ปล่อยให้นายทักษิณ มีบทบาทเสมือนนายกรัฐมนตรีตัวจริง ผู้อยู่เบื้องหลัง หรือเป็นนายกรัฐมนตรีหลังม่าน รัฐบาลก็ควรแต่งตั้งให้นายทักษิณมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จะเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ของรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรีอาวุโสก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมที่รัฐบาลชุดนี้จะเห็นควร
ภาพที่ปรากฏอยู่เป็นการยืนยันว่า นายทักษิณเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ เป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีตัวจริงในการกำหนดนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ทำตัวเป็นอีแอบหรือไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง ซึ่งฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถตรวจสอบ โดยการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เพราะเป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ การทำหน้าที่ตรวจสอบของพรรคฝ่ายค้าน จึงขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทั้งปวง