นายกฯ อนุทิน บินลงพื้นที่น้ำท่วม รอบ​ที่​ 3

Date:

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)ดอนเมือง นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รมว.มหาดไทย​ พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล​ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม​ (อว.) นายชาดา​ ไทยเศรษฐ์​ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)​ น.ส.ไตร​ศุลี​ ไตร​สร​ณ​กุล​ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี​ ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ นำทีมลงพื้นที่จังหวัดสงขลา​ เพื่อบัญชาการและติดตามสถานการณ์วิกฤติ​น้ำท่วม​ โดยการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในวันเดียวกันนี้เป็นการลงพื้นที่ครั้งที่ 3 ของนายกฯ นอกจากนี้นายกฯ ยังได้นำทีมกู้ชีพจากหลายหน่วยงาน คนขับเจ็ตสกี ร่วมคณะขึ้นเครื่องบินไปลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย  พร้อมนำสิ่งของอุปโภคบริโภค เจ็ตสกี ใส่เครื่อง​บิน C130 ไปอีกลำหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม​ ก่อนเดินทาง​นายกฯ​ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน​แต่อย่างใด เพียงแต่หันมายิ้มทักทายเท่านั้น​ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับกำหนดการ​เดินทาง ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาของนายกฯและคณะ ออกเดินทางจากบน.6 ไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ ก่อนจะเดินทางต่อด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังมณฑลทหารบกที่ 42 (มทบ.42) เพื่อประชุมติดตามและบัญชาการสถานการณ์อุทกภัย ก่อนลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโรงครัวพระราชทานและครัวสนาม 

จากนั้นนายกฯและคณะ ออกเดินทางด้วยรถยนต์ จากมณฑลทหารบกที่ 42 ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่อาคารศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย​ ก่อนลงพื้นที่ชุมชน​ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในช่วงเย็น

“ภราดร” นั่งหัวโต๊ะถก ศป.กฉ. นัดแรก ย้ำเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล แบ่งโซน–ส่งต่อ ส่วนหน้า 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) กล่าวก่อนการประชุมปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 ว่า ขอใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานส่วนหน้าและส่วนหลังที่ทำเนียบรัฐบาล  ทั้งนี้ ก่อนที่จะให้หน่วยงานได้รายงานสถานการณ์นั้น ตนเองขอแจ้งแนวทางการทำงานของศูนย์ให้ทุกท่านทราบตรงกันว่าที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยนี้ จะทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลที่ได้รับร้องเรียนมาทั้งหมดจากทุกช่องทาง รวมถึงรวบรวมข้อมูลและประเมินผลประมวลผลที่ทำเนียบรัฐบาล และจะมีการแบ่งสีให้กับหน่วยงานหน้างานให้ปฏิบัติงานได้คล่องตัวมากขึ้น โดยจะแบ่งเป็นสองสีคือ สีแดงและสีเหลือง

นายภราดร กล่าวว่า สีแดง หมายถึงผู้ที่จำเป็นต้องอพยพโดยด่วน เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยด่วน ส่วนสีเหลือง คือ เป็นเคสที่สามารถพักอาศัยอยู่ในบ้านได้ เช่น บ้านชั้นหนึ่งท่วมสามารถพักอาศัยอยู่ในชั้นสอง แต่ไม่สามารถที่จะออกจากบ้านได้ ยังต้องการอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้สิ่งจำเป็น โดยจะมีการจำแนกสีไปให้และมีการส่งข้อมูลอย่างเรียลไทม์ โดยจะส่งข้อมูลไปที่หน่วยหน้า ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดบัญชาการที่หน้างาน และมีการแบ่งโซนที่รับผิดชอบไปแล้วว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่ใด โดยทางทำเนียบรัฐบาลจะมีการส่งข้อมูลให้กับส่วนหน้าตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้นำข้อมูลส่วนกลางนี้ไปจัดการกำลังพลและให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตามที่ได้แจ้งมา

ขณะที่ นายสุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานในที่ประชุม ว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ปริมาณฝนโดยรวมลดลงเหลือ 202.8 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่สถานการณ์ล่าสุด เรดาร์ตรวจอากาศพบว่ามีปริมาณฝนตกปานกลางในขณะนี้ และมีแนวโน้มฝนลดลง รวมถึงย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนไปทางทะเลอันดามัน ประกอบกับมีพายุโซนร้อนโคโตะ ซึ่งเป็นผลดีต่อประเทศไทย เนื่องจากกลุ่มเมฆจะถูกดูดไปที่ตาพายุ และทำให้ฝนตกในทะเลจีนใต้

นายกฯ อนุทิน ลงนามคำสั่งสำนักนายกฯ แบ่งงานรัฐมนตรี คุมเยียวยาน้ำท่วมใต้รายจังหวัด

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 11/2568 เรื่อง มอบหมายรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรับผิดชอบการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยเพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรี

จึงมอบหมายรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรับผิดชอบการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยดังต่อไปนี้ ประกอบด้วย 1.มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรับผิดชอบกำกับดูแลในพื้นที่ ดังนี้ 1.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และปัตตานี  2.นายโสภณ ชารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดยะลา 3.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดสงขลา 4.นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

5.นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟู ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดตรัง  6.นายนภินทร ศรีสรรพาง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดพัทลุง 7. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดสตูล 8.นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ  รมช.เกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

2.มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ 1.)รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง รับผิดชอบการกำหนดมาตรการ

ด้านการเงินการคลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ  2.)นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการ ประสานงานภาคเอกชน และภาคประชาชนในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบโดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 3.)น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการจัดตั้ง และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสื่อสารมวลชนและการรับข้อมูลจากประชาชน 4.)รมว.สาธารณสุข รับผิดชอบการจัดระบบสาธารณสุขในการดูแลประชาชน 5.)รมว.กลาโหม รับผิดชอบการประสานงานฝ่ายความมั่นคงในการเข้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ และ6.รมว.กลาโหม รับผิดชอบการจัดตั้งและปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวนวยการ

ศูนย์ประสานงานรับ-ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่  26 พ.ย.2568

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

คปภ. สื่อสารประกันภัยรูปแบบใหม่ ผ่านศิลปะอัตลักษณ์ชุมชน

คปภ. เปิดตัว INSURANCE STREET SENSE ใน Bangkok Design Week 2026 สื่อสารประกันภัยรูปแบบใหม่ผ่านศิลปะอัตลักษณ์ชุมชน

กบข. ปี 2568 แกร่ง สร้างผลตอบแทนสมาชิก 5.18%

กบข. ปี 2568 แกร่ง สร้างผลตอบแทนสมาชิก 5.18% เปิดแผนปี 69 กระตุ้นออมเพิ่ม ให้เกษียณมีสุข

แบงก์ชาติ คุมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นเงินบาท ห้ามเกิน 50 ล้านบาท

แบงก์ชาติ คุมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นเงินบาท ห้ามเกิน 50 ล้านบาท พร้อมยกระดับความโปร่งใสในการซื้อขาย มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569

Atome จับมือแบรนด์แฟชันระดับโลก มอบบริการช้อปก่อนจ่ายทีหลัง 

Atome ประเทศไทย เดินหน้าขยายฐานลูกค้า จับมือบริษัทผู้นำแบรนด์แฟชันระดับโลก มอบบริการช้อปก่อนจ่ายทีหลัง