ออมสิน ช่วยผู้ประสบภัยใต้ พักหนี้-ไม่คิดดอกเบี้ย

Date:

นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เห็นชอบให้กระทรวงการคลังและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ธนาคารออมสินได้ออกชุดมาตรการทางการเงินที่ครอบคลุม

กลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ประกอบด้วย มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 12 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่มียอดหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ตามนโยบายรัฐ และจัดมาตรการเพิ่มเติมให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน สำหรับกลุ่มที่มียอดหนี้เกิน 1 ล้านบาท เพื่อหยุดภาระหนี้ทันทีในช่วงที่ยังต้องฟื้นฟูการดำรงชีพ พร้อมมาตรการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน ช่วยประชาชนให้เข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงินเพื่อเติมสภาพคล่องให้สามารถฟื้นตัวตั้งหลักได้โดยเร็ว

มาตรการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้เดิมที่ไม่มีสถานะเป็น NPL ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ตามประกาศของ ปภ. โดยธนาคารยกดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระย้อนหลัง 

และเงินต้นที่พักไว้ จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย และเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาแล้วไม่อาจชำระหนี้ได้ สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ในภายหลัง ลูกหนี้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการสามารถแจ้ง

ความประสงค์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา หรือที่ศูนย์พักพิงของจังหวัด 

และแอปพลิเคชัน MyMo ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดพักชำระ ให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้โดยนำส่งเงินงวดต่อไป 

ตามเงื่อนไขสัญญาเดิม โดยมาตรการพักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ ให้กลุ่มลูกหนี้ที่มีภาระหนี้เงินต้นรวมสินเชื่อทุกประเภทไม่เกิน 1 ล้านบาท พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 12 เดือน ส่วนกลุ่มลูกหนี้ที่มีภาระหนี้เงินต้นรวมสินเชื่อทุกประเภทเกิน 1 ล้านบาท ซึ่งไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ข้างต้น ธนาคารออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยให้พักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 เดือน

ธนาคารยังจัดมาตรการสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษเพื่อช่วยเหลือเร่งด่วน อัตราดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ประกอบด้วย

1. สินเชื่อเพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สำหรับลูกค้าเดิม เพื่อเสริมสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพ เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพ หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการ โดยให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 100,000 บาท (เมื่อรวมกับยอดหนี้คงเหลือต้องไม่เกินวงเงินกู้เดิม) ยื่นขอกู้ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 แบ่งตามประเภทสินเชื่อ ได้แก่ 

– สินเชื่อรายย่อย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ในปีแรก อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 เป็นต้นไป = 9.99% ต่อปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน 

– สินเชื่อบุคคล ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ในปีแรก กรณีใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 

อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 – 3  = 4.99% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR–0.75% ต่อปี และกรณีไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 เป็นต้นไป = 9.99% ต่อปี 

– สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ปีที่ 2 = 1.99% ต่อปี ปีที่ 3 = MLR–2.00% ต่อปี (กรณีใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้) หรือ ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ปีที่ 2 = 2.50% ต่อปี ปีที่ 3 = MLR–1.50% ต่อปี (กรณีใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้) 

– สินเชื่อสวัสดิการบุคลากรภาครัฐ ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ปีที่ 2 เป็นต้นไป = MRR+0.75 % ต่อปี แบบไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

2. สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

หรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ยื่นกู้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แบ่งตามประเภทสินเชื่อ ได้แก่ 

– สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มอาชีพอิสระ ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ในปีแรก 

อัตราดอกเบี้ยปีที่ 2 = 2.99% ถึง 3.50% ต่อปี ปีที่ 3 เป็นต้นไป = MRR+1.75% ถึง +3.25% ต่อปี 

– สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ปีที่ 2 – 3 = 2.99% ต่อปี ปีที่ 4 – 5 = 3.50% ต่อปี ปีที่ 6 เป็นต้นไป = MRR-0.75% ต่อปี โดยธนาคารสนับสนุนค่าประเมินหลักทรัพย์ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อราย 

– สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ปีที่ 2 = 1.99% ต่อปี

ปีที่ 3 เป็นต้นไป = MLR–2.00% ต่อปี (กรณีใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้) หรือ ปลอดชำระเงินต้น

และดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ต่อปี ปีที่ 2 = 2.50% ต่อปี ปีที่ 3 เป็นต้นไป = MLR–1.50% ต่อปี (กรณีใช้ บสย. 

ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้) ทั้งนี้ ธนาคารจะพิจารณาให้กู้ตามความสามารถในการชำระคืนและความจำเป็นของลูกหนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับผู้ประสบอุทกภัย ทั้ง สินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อเป็นเงินทุนเพิ่มเติมในการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤต วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน ไม่ต้องชำระทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) = 0.60% ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน ยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน และ มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อบัตรเงินสด ด้วยการปรับลดอัตราชำระหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบัตรเงินสดขั้นต่ำ (Minimum Payment) เป็น 3% ของยอดเรียกเก็บ นาน 3 รอบบัญชี (นับรอบบัญชีต่อเนื่อง) โดยธนาคารดำเนินการให้อัตโนมัติสำหรับลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 

ธนาคารออมสินพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมในช่วงที่ต้องเสริมสภาพคล่อง ตามบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อสังคม 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

พาณิชย์ ลุยตรวจเข้มร้านทองทั่วไทย รับมือราคาทองผันผวน

พาณิชย์ ลุยตรวจเข้มร้านทองทั่วไทย รับมือราคาทองผันผวน ย้ำเครื่องชั่งต้องมาตรฐาน ป้ายราคาต้องชัดเจน ป้องสิทธิผู้บริโภค

ธ.ก.ส. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

ธ.ก.ส. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวารถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ออมสิน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

ออมสิน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บสย. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร พระพันปีหลวง

บสย. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง