
วิจัยกรุงศรี ประเมินว่า นผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พรรคภูมิใจไทยได้ที่นั่งในสภาฯ เกินคาด โดยก้าวขึ้นมาเป็นพรรคที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มากที่สุด ด้วยจำนวนที่นั่งประมาณ 190–195 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร จึงกลายเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยอาจจับมือกับพรรคกล้าธรรม (ซึ่ง ณ วันที่ 9 ก.พ. มี 58 ที่นั่ง) เพื่อจะครองเสียงข้างมากในสภาฯ ซึ่งหากรวมจำนวนที่นั่งกับพรรคเพื่อไทย (ประมาณ 74 ที่นั่ง) และ/หรือพรรคขนาดเล็กอื่น ๆ จะทำให้มีจำนวน สส. รวมมากกว่า 300 ที่นั่ง
จากผลการเลือกตั้งล่าสุดสะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นความมีเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ หากรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากอย่างชัดเจน คาดว่าจะช่วยให้การอนุมัติงบประมาณรายจ่ายและการดำเนินนโยบายต่างๆเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยภาพรวมแล้ว ผลการเลือกตั้งและสถานการณ์การเมืองจากนี้ไปอาจเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ฐานะทางการคลังที่อ่อนแอลง ผนวกกับปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศ และความท้าทายจากปัจจัยภายนอกประเทศยังเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป




