
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ กล่าวว่า ผลกระทบสงครามอิหร่าน แบงก์ชาติอได้ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ซึ่งแบงก์ชาติประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากน้อยขนาดไหน เบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 0.1-0.2% ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของสงคราม หากยาวนานก็ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
“เท่าที่ประเมินเบื้องต้นตอนนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันสุทธิ สงครามที่เกิดขึ้นตอนนี้ จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ประมาณ 0.1-0.2% ซึ่งไม่มาก เมื่อเทียบกับณสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสถานการณ์เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะที่เข้มแข็ง” นายวิทัย กล่าว
นายวิทัย กล่าวว่า ผลกระทบจากสงครามอิร่าน ที่จะกระทบกับไทยมากกว่าคือเรื่องของเงินเฟ้อ จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น แต่เงินเฟ้อไทยอยู่ระดับต่ำ ปี 2569 ประเมินว่าอยู่ที่ 0.2 -0.3% ถึงราคาน้ำมันที่แพงจะทำให้เงินเฟ้อไทยเร่งสูงขึ้น แต่ก็คาดว่าอยู่ในกรอบที่แบงก์ชาติบริหารจัดการเศรษฐกิจได้อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งในภาพรวมประเทศไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ดีมาก เงินกู้ที่กู้มาจากต่างประเทศและมีความเสี่ยงว่าอาจถูกดึงกลับไปมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับทุนทุนสำรองระหว่างประเทศ จึงยังไม่มีความกังวลเรื่องของเงินทุนไหลออกจากประเทศ
นายวิทัย กล่าวว่า สำหรับมาตรการดูแลเศรษฐกิจทางรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลาในส่วนของแบงค์ชาติที่ผ่านมาได้มีการลดดอกนโยบายเบี้ยลง 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1% เพื่อรองรับความเสี่ยงตรงนี้ไว้แล้ว ซึ่งหากไม่บานปลายไปมากกว่านี้ ก็ยังอยู่ในภาวะที่ควบคุมดูแลเศรษฐกิจได้อย่างไม่มีปัญหา
สำหรับในกรณีที่มีปัญหารุนแรง และแบงก์ชาติมีความจำเป็นต้องออกมาตรการเพิ่มเติม แบงก์ชาติก็พร้อมเข้าไปดูแลหรือปรับมาตรการต่างๆให้เหมาะสม แต่ในวันนี้ยังไม่มี ยังดูติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ทั้งนี้ แบงก์ชาติประเมินเศรษฐกิจปี 2569 จะขยายตัวได้ที่ระดับ 2% บวกลบ ขึ้นอยู่กับมาตรการดูแลเศรษฐกิจ และปัจจัยเสี่ยงที่จะเข้ามากระทบ



