MetaComp เปิดตัว StableX Know Your Agent (KYA) Framework

Date:

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 23 เมษายน 2569 – MetaComp Pte. Ltd. (MetaComp) ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันการเงินดิจิทัลแบบ Web2.5 จากสิงคโปร์ ประกาศเปิดตัว StableX Know Your Agent (KYA) Framework อย่างเป็นทางการ ณ งาน Money20/20 Asia กรุงเทพฯ โดยถือเป็นกรอบธรรมาภิบาลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI Agents) ในอุตสาหกรรมการเงินฉบับแรกของโลกที่พัฒนาโดยสถาบันการเงิน ครอบคลุมทั้งระบบการชำระเงิน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) และการบริหารความมั่งคั่ง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการระบุตัวตนและตรวจสอบความรับผิดชอบของ AI ในระดับสากล

คุณทิน เพ่ย ลิง (Tin Pei Ling) ประธานร่วม (Co-President) ของ MetaComp กล่าวว่า ปัจจุบัน AI Agent เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในบริการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการสั่งชำระเงิน หรือการตัดสินใจด้านกฎระเบียบแทนมนุษย์ แต่ทั่วโลกยังขาดมาตรฐานที่ชัดเจนในการกำกับดูแลว่า AI เหล่านี้คือใคร และมีขอบเขตอำนาจแค่ไหน มาตรฐาน KYA จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปิดช่องว่างนี้ โดยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการกำกับดูแล AI ตลอดวงจรการทำงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่ AI ปฏิบัติการนอกเหนือคำสั่ง หรือค้างอยู่ในระบบโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ

ข้อมูลจาก McKinsey และ PwC ในปี 2569 ระบุว่า แม้สถาบันการเงินทั่วโลกจะเร่งนำ AI มาใช้ แต่มีองค์กรไม่ถึง 1 ใน 3 ที่มีระบบธรรมาภิบาลรองรับเพียงพอ โดยเฉพาะในสิงคโปร์ที่มีอัตราการใช้ AI สูงถึง 67% แต่มีเพียง 47% เท่านั้นที่มีกรอบการทำงานที่ชัดเจน MetaComp จึงได้พัฒนามาตรฐาน KYA โดยอ้างอิงจากแนวทางของหน่วยงานพัฒนาสื่อสารสนเทศและการสื่อสารของสิงคโปร์ (IMDA) เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่สถาบันการเงินและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกสามารถนำไปใช้ร่วมกันได้

โครงสร้างหลักของมาตรฐาน KYA ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ การลงทะเบียนระบุตัวตน AI Agent ที่เชื่อมโยงกับบุคคลหรือสถาบันในโลกจริง การกำหนดสิทธิ์และขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดพร้อมระบบการส่งต่อให้มนุษย์ตัดสินใจเมื่อเกิดความผิดปกติ การใช้ระบบ VisionX เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมและวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ และการสร้างระบบธรรมาภิบาลในการโต้ตอบระหว่าง AI ภายใต้หลักเกณฑ์ Travel Rule ของ FATF เพื่อให้ทุกการทำธุรกรรมสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกขั้นตอน

คุณซัมเมอร์ ยู (Summer Yu) หัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานกลุ่มของ Alpha Ladder Group เสริมว่า จากการวิเคราะห์ธุรกรรมจริงกว่า 7,000 รายการ พบว่าในระบบการเงินแบบไฮบริดที่เชื่อมต่อธนาคารเดิมเข้ากับบล็อกเชน การใช้เครื่องมือคัดกรองเพียงชนิดเดียวอาจตรวจไม่พบความเสี่ยงสูงถึง 25% มาตรฐาน KYA และเทคโนโลยี VisionX จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะเข้ามาปิดช่องว่างด้านความปลอดภัย ก่อนที่โลกการเงินยุค AI จะขยายตัวไปมากกว่านี้

นอกจากการเปิดตัวมาตรฐาน KYA แล้ว MetaComp ยังได้แนะนำ “AgentX” ระบบนิเวศ Skill-set ทางการเงินสำหรับ AI Agent รายแรกจากสถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแล โดยพร้อมใช้งานบนแพลตฟอร์ม AI ชั้นนำอย่าง Claude และ OpenClaw ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Web2.5 ที่เชื่อมโยงโลกการเงินดั้งเดิมและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์

การประกาศครั้งนี้สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ MetaComp หลังประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Pre-A กว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการขยายเครือข่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ทั่วเอเชียและตะวันออกกลาง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมการเงินในยุคปัญญาประดิษฐ์

¹ ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์และผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ดำเนินการโดย Alpha Ladder Finance Pte. Ltd. แต่เพียงผู้เดียว

เกี่ยวกับ MetaComp

MetaComp คือผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าของเอเชียในด้านโซลูชันการเงินดิจิทัลแบบ Web2.5 ที่ผสานรวมศักยภาพของเงินตราปกติ (Fiat) และเหรียญที่มีมูลค่าคงที่ (Stablecoin) เข้าด้วยกันอย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการชำระเงิน การบริหารจัดการเงินสดองค์กร (Treasury) และการบริหารความมั่งคั่ง ผ่านแพลตฟอร์มระดับสถาบันที่รวมศูนย์ไว้ในระดับกลุ่มบริษัท โดย MetaComp ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ในฐานะสถาบันการเงินที่ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ (Major Payment Institution) เพื่อให้บริการโทเค็นการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payment Token – DPT) และบริการโอนเงินข้ามพรมแดน (Cross-border Money Transfer – CBMT) ปัจจุบัน MetaComp ให้บริการแก่ลูกค้ากลุ่มสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ (Accredited Clients) กว่า 1,000 ราย ในศูนย์กลางการเงินที่สำคัญทั่วโลก

ในปี 2025 แพลตฟอร์มของกลุ่มบริษัทมียอดธุรกรรมการชำระเงินและปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์นอกตลาด (OTC) รวมกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านเหรียญ Stablecoin กว่า 13 ชนิด โดยมีอัตราการดำเนินงานรายเดือน (Monthly Run Rate) สูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านเครือข่าย StableX ที่ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถเคลื่อนย้าย แลกเปลี่ยน และบริหารจัดการเงินทุนข้ามพรมแดนผ่านระบบเงินตราปกติและ Stablecoin ภายใต้สถาปัตยกรรมทางการเงินแบบ Web2.5 ที่มีความสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างครบวงจร สำหรับบริการด้านบริหารเงินสดและการลงทุนนั้นดำเนินการผ่าน Alpha Ladder Finance Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ถือใบอนุญาต Capital Markets Services (CMS) และใบอนุญาต Recognised Market Operator (RMO) จาก MAS โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในกลุ่มโซลูชันบริหารความมั่งคั่งสูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

MetaComp ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Pre-A เป็นมูลค่ารวม 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถสร้างผลกำไรสุทธิในปี 2025 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความต้องการของกลุ่มสถาบันที่มีต่อโซลูชันทางการเงินแบบ Web2.5 ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวด

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.mce.sg หรือติดตาม MetaComp ได้ทาง X @MetaCompHQ หรือ LinkedIn (https://www.linkedin.com/company/metacompsg)

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’