
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 เม.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่สำหรับครัวเรือนว่า ที่ผ่านมาที่ค่าไฟแพงขึ้น เพราะเรากำหนดจากค่าเอฟที ตามราคาแก๊สที่นำเข้า ซึ่งแก๊สแอลเอ็นจีจะเป็นไปตามราคาตลาด เมื่อเกิดปัญหาในตะวันออกกลาง ทำให้ค่าแก๊สขึ้นเป็นเท่าตัว และทำให้ค่าไฟฟ้าแพง เพราะไทยพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากแก๊ส
นายเอกนัฏ กล่าวว่า สูตรค่าไฟใหม่จะทำให้ ค่าไฟถูกลงทั้งระบบ 30-40 สตางค์ ยืนยันว่าการปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ครั้งนี้ เฉพาะสำหรับครัวเรือนของประชาชน ไม่เกี่ยวกับกิจการหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือผู้ใช้ไฟที่เป็นเกษตรกร และไม่เกี่ยวกับผู้ที่ใช้อัตราค่าไฟ แบบมิเตอร์ทีโอยู โดยคำนวณแล้วมีทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือน โดยการคำนวน 200 หน่วยแรก จะได้ทุกคน
เมื่อถามว่า ขณะนี้ประชาชนยังสับสนว่าสำหรับผู้ใช้ 400 หน่วยขึ้นไป ต้องจ่าย 5 บาททั้งหมด นายเอกนัฏ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ใช่ ค่าเฉลี่ยค่าไฟในปัจจุบัน ราคา 3.88 บาท คิดคำนวณเหมือนภาษีขั้นบันได ซึ่งในการปรับโครงสร้าง เมื่อใช้เกิน 200 หน่วย ก็จะได้ประโยชน์จากการใช้ไฟ
นายเอกนัฏ กล่าวว่า สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟใน 200 หน่วยแรก จะได้ประโยชน์เต็มๆ และค่าไฟจะลดลง 20% ส่วนผู้ที่ใช้เกิน 200 หน่วย จะได้อานิสงส์จาก 200 หน่วยแรก ซึ่งจะถูกลง 10%
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า วันนี้จะนำวาระของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาทิ การปรับโครงสร้างค่าไฟ และการส่งเสริมการใช้โซล่ารูฟท็อป โดยจะลดขั้นตอนจากเดิมที่ต้องไปติดต่อหลายหน่วยงาน จะให้ไปทีเดียว ใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน พร้อมหาแหล่งเงินทุนผ่อนจ่ายในราคาที่ถูกกว่าจ่ายค่าไฟ ซึ่งไฟที่เกินกว่าที่ใช้ รัฐบาลก็จะรับซื้อแพงกว่าที่ซื้อจากโซล่าฟาร์ม
นอกจากนี้ ยังมีวาระการส่งเสริมการใช้จักรยานไฟฟ้า และจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ผลิตในประเทศไทย และการใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพในหน่วยงานราชการ ไฟบนพื้นถนน รวมถึงการลดค่าไฟถาวร โดยจะใช้มติ ครม. ไปเร่งเจรจายกเลิกเปลี่ยนสัญญา โครงสร้างค่าไฟฟ้า ที่เป็นสัญญาทาสชั่วนิรันดร์ เพราะไปคำนวณอัตราค่าไฟแพง และจะลดการพึ่งพาแก๊สในการผลิตไฟฟ้า ด้วยการลดการนําเข้าแก๊สราคาแพง หากเราช่วยกันใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทน ค่าไฟจะถูกลงกับทุกคน
นายเอกนัฏ กล่าวว่า โดยหลังจากที่นำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.แล้ว วันที่29 เม.ย.ตนจะร่วมประชุมกับคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อนำเรื่องทำประชาพิจารณ์ และคาดว่าจะมีผลในรอบบิลเดือนมิ.ย.นี้ โดยประชาชนจะจ่ายในอัตราค่าไฟใหม่ สิ้นเดือนมิ.ย.



