
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ปี 2569 ธนาคารมีแผนปล่อยกู้ช่วยเหลือรายย่อยฐานราก ผู้ประกอบการ SME เป็นวงเงินสินเชื่อใหม่ 2.7 – 3.2 แสนล้านบาท โดยการปล่อยกู้จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มที่สำคัญ ได้แก่
1 ปล่อยกู้กลุ่มรายย่อยฐานรากไม่น้อยกว่า 1 ล้านราย โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักประกัน ให้กู้ได้รายละ 1-2 แสนบาท ขึ้นอยู่กับความต้องการและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า ตั้งเป้าว่าจะปล่อยกู้ใหม่ได้อยู่ที่ประมาณ 7 หมื่น – 1 แสนล้านบาท
2. กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยธนาคารตั้งเป้าปล่อยกู้ใหม่ 1.2 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มกว่าปีที่ผ่านมา 40% ซึ่งเป็นกลุ่มลุกค้าที่ธนาคารให้ความสำคัญเนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน
3. ปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) วงเงิน 1 แสนล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง สร้างพลวัตรใหม่ ปรับตัวเพื่อการพัฒนาเปลี่ยนผ่าน รวมถึงการปล่อยกู้ตามนโยบายล่าสุดที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ให้กับประชาชนที่ต้องการติดโซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท โดยวงเงิน soft loan ดำเนินการตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา มีธนาคารมาขอเบิกไปปล่อยกู้ต่อให้ลูกค้าแล้วจำนวน 9,000ล้านบาท ยังเหลือวงเงินอีกประมาณ 9 หมื่นล้านบาท ที่จะเร่งดำเนินการในปีนี้ คาดว่าจะสามารถปล่อยกู้ได้เร็วขึ้น โดยธนาคารอยู่ระหว่างทำข้อสัญญากับธนาคารพาณิชย์และนอนแบงก์ เพื่อทำการกู้เงิน soft loan ไปปล่อยกู้ต่อ
“ธนาคารออมสินมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็น ‘ธนาคารเพื่อสังคม ธนาคารเพื่อทุกชีวิต’ ดูแลทุกคน ทุกช่วงชีวิต เพราะธนาคารเห็นว่าปี 2569 เศรษฐกิจไทยยังมีความท้าทายจากความขัดแย้งของตะวันออกกลางและวิกฤตราคาพลังงาน ธนาคารออมสินจึงต้องมีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนฐานรากและผู้ประกอบการ SME ที่เดือดร้อน ให้ฝ่าฟันไปด้วยกัน โดยธนาคารออมสินยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายทรงพล กล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีนโยบายลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับผู้ที่มีวินัยการผ่อนชำระได้ดี โดยที่ผ่านมาได้นำร่องกับผู้ขอกู้สินเชื่อบ้าน ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้กู้ครบสัญญาอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี แล้วดอกเบี้ยลอยตัวในอัตราที่สูง ธนาคารจะหารือกับลูกหนี้ลดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ที่ 3-4% เป็นต้น โดยต่อไปจะขยายไปสินเชื่อผู้ประกอบการ รวมถึงสินเชื่อรายย่อยเพื่อเป็นเป็นรางวัลให้ลูกค้าที่มีวินัยผ่อนชำระดี
นายทรงพล กล่าวว่า ในด้านเงินฝาก ธนาคารมีแผนในการสนับสนุนให้ลูกค้ามีการออมและได้ผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น สิ่งที่จะดำเนินการในเร็วๆ นี้คือการออกสลากออมสิน วงเงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท จากเดิมรางวัลที่ 1 จะมีมูลค่าสูงถึง 70 ล้านบาทเพียงรางวัลเดียว แต่จะมีการปรับให้รางวัลที่ 1 มีมูลค่า 10 ล้าน จำนวน 7 รางวัล รวมถึงรางวัลย่อยอื่นๆ จะเพิ่มจำนวนให้ผู้รับรางวัลมากขึ้น ที่สำคัญธนาคารจะให้ผู้ที่ถือสลากออมสินทุกรุ่นที่ยังไม่หมดอายุมีสิทธิได้รางวัลในครั้งนี้ด้วย
สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ธนาคารไม่มีความกังวล เนื่องจากธนาคารให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้เชิงรุก เข้าไปดูลูกค้าตั้งแต่ยังไม่มีปัญหา โดยการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ ทั้งขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ลดวงเงินงวดชำระ ลดอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น รวมถึงการให้กู้เพิ่ม เพื่อให้รายย่อย และ SME มีทุนไปทำธุรกิจต่อ ทำให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง

นายทรงพล กล่าวว่า ธนาคารออมสินจะดำเนินการตามเป้าหมายทั้งหมด ไปพร้อมพันธมิตรซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารออมสิน 3 ราย ได้แก่ บริษัท มีที่ มีเงิน, บริษัท Good Money และ บริษัทบริหารสินทรัพย์อารีย์ (Ari) ซึ่งเป็นบริษัทรับซื้อหนี้เสียไปบริหารหนี้ต่อ ซึ่งขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการหารือไปบริษัทดังกล่าว



