
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เข้าหารือ
โดยนายภราดร เปิดเผยก่อนการประชุมว่า น่าจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งน่าจะมีแนวทางที่ชัดเจน โดยคิดว่าสัปดาห์หน้าจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้จึงมาพูดคุยกันก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การหารือวันนี้ ถือเป็นการหารือแทน ครม.เศรษฐกิจหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า กำลังจะหารือกับนายกฯว่าเนื่องจากวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. เป็นวันหยุด จะมีการหารือ ครม.เศรษฐกิจหรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า นายกฯต้องการอยากให้โครงการนี้ออกมาเร็วที่สุดใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตามกำหนดคือ 1 มิ.ย.ที่ได้ประกาศไป
เมื่อถามว่า ความพร้อมที่รัฐบาลพอจะเตรียมได้ตอนนี้เป็นเรื่องงบประมาณอย่างเดียว หรือประสานกับหน่วยงานเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วย นายภราดร กล่าวว่า ต้องรอดูกระทรวงการคลังที่เป็นฝ่ายออกนโยบายและแนวทาง รวมถึงกระทรวงอื่นด้วยว่ามีความคิดกับเรื่องการเยียวยาในส่วนไหนอย่างไรบ้าง เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีอะไรหรือไม่ ต้องถามหลายๆ กระทรวงดูด้วย ในส่วนของกระทรวงการคลัง ทางนายเอกนิติ ได้บอกถึงมาตรการ 2-3 เรื่องไปแล้ว
เมื่อถามถึงกลุ่มเป้าหมายที่จะครอบคลุม 20-30 ล้านคน จำนวนยังเป็นเท่านี้อยู่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เบื้องต้นมี 2 ส่วนคือ 1.ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน และ 2.จะใช้โครงการไทยช่วยไทย หรือคนละครึ่งเดิม ตอนนี้กำลังดูตัวเลขว่าน่าจะได้ประมาณเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น 2 ส่วนบวกกันอย่างน้อยน่าจะต้องเกิน 30 ล้านคน เพราะอยู่ในส่วนของสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน แต่ในส่วนนี้เดิมคือ 20 ล้านคน อาจจะมีบวกๆ ดังนั้น อาจจะเกิน 30 ล้านคนของผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้



