SME D Bank พาเอสเอ็มอี ถึงแหล่งทุน 19,800 ล้านบาท

Date:

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงชัดเจน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง กระทบรุนแรงต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่ต้องเผชิญต้นทุนธุรกิจและภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้น SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้กำกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม จึงมุ่งมั่นเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้ข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และปูทางสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แนวทาง “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” คอยช่วยเหลือในทุกสถานการณ์ ผ่านบริการ “ด้านเติมทุน” ที่ปรับปรุงกระบวนการอำนวยสินเชื่อและผ่อนปรนเงื่อนไข   สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงสินเชื่อได้รวดเร็ว   

ส่งผลให้ผลการดำเนินงาน SME D Bank ไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นไปตามเป้าหมาย  สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 19,800 ล้านบาท สูงกว่า 11.75% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (2568) ส่วนมากเป็นการเติมทุนให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย  ก่อให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 90,720 ล้านบาท  ช่วยรักษาการจ้างงานกว่า 541,700 ราย ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) อยู่ที่มากกว่า 100,000 ล้านบาท สูงขึ้นกว่า 3.05% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน  

ขณะเดียวกัน  สนับสนุน “ด้านพัฒนา” เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 1,900 ราย เน้นด้านการตลาด  เพิ่มรายได้  ขยายโอกาสธุรกิจผ่านช่องทางตลาดใหม่  เหมาะสมในยุคดิจิทัล รวมถึง แนะนำปรึกษาด้านลดต้นทุน ด้วยการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยี นวัตกรรม สร้างการเติบโตยั่งยืน ผ่านกิจกรรม Onsite เช่น เปิดตลาด SME D Market ให้ผู้ประกอบการออกบูธฟรี สอนการทำตลาดออนไลน์ และใช้ AI ยกระดับธุรกิจ เป็นต้น ควบคู่เติมทักษะผ่าน Online ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ใช้บริการสะดวกสบาย ทุกที่ ตลอด 24 ชม. โดยมีผู้ประกอบการสมัครสมาชิกและใช้บริการกว่า 5,370 ราย สูงกว่า 124% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดสมาชิก สะสมรวมกว่า 50,660 ราย 

นอกจากนั้น ให้ความสำคัญดูแลช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด  ให้สามารถประคับประคองธุรกิจได้ต่อเนื่องกว่า 5,590 ราย เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ สอดคล้องตามความสามารถของกิจการ   เป็นต้น  ส่งผลให้ภาพรวมบริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) มีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือ ณ สิ้นเดือน มีนาคม 2569 ประมาณ 7,857 ล้านบาท คิดเป็น 7.86% แบ่งเป็น NPLs ก่อนปี 2558 อยู่ที่ 5,127 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.13% และเป็น NPLs หลังปี 2558 อยู่ที่ 2,730 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.73% อีกทั้ง ให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานะ NCR (NPL Coverage Ratio)  หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ สูงถึงประมาณ 158.52% สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร

นายพิชิต กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ (2569) SME D Bank ยังคงยึดมั่นแนวทาง “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก้าวผ่านวิกฤตไปได้ และวางรากฐานสู่ธุรกิจสีเขียวสร้างความยั่งยืนในระยะยาว มุ่งสนับสนุนใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

“1.มิติเข้าถึงแหล่งทุน” จัดเตรียมวงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กและรายกลางเข้าถึงแหล่งเงินทุน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ช่วยให้มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในภาวะวิกฤต รวมถึง สามารถยกระดับปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ หันมาใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 30 ล้านบาท  มุ่งสนับสนุนลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ ยานพาหนะ EV เป็นต้น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย  1 ล้านบาท  สนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และ “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย  30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ

“2.มิติช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง” ผ่านแนวทาง 3 ลด ได้แก่ 1. ลดเงินต้น 2. ลดอัตราดอกเบี้ย และ 3. ลดค่างวด โดยธนาคารจะพิจารณาตามความสามารถของกิจการ ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดภาระการเงิน สามารถประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน  สร้างโอกาสพลิกฟื้นกิจการ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง

และ “3.มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” Upskill-Reskill สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ขยายตลาด เพิ่มรายได้  ลดภาระต้นทุนธุรกิจ พัฒนาสร้างรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว  ด้วยกิจกรรม Onsite ควบคู่ Online ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank  ใช้บริการได้ที่ ตลอด 24 ชม. 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับการสนับสนุน  สามารถแจ้งความประสงค์ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘เอกนิติ’ ปลื้ม พันธบัตรออมพลัส จัดสรรทั่วถึงกว่า 1 หมื่นราย

‘เอกนิติ’ ปลื้มพันธบัตรออมพลัส จัดสรรทั่วถึงกว่า 1 หมื่นราย เปิดจองรอบใหม่ 20 พฤศจิกายน นี้

นายกฯ อนุทิน ปัดข่าว ‘ทักษิณ’ ใช้เกมสภาฯ ต่อรองนิรโทษ 

นายกฯ อนุทิน ปัดข่าว ‘ทักษิณ’ ใช้เกมสภาฯ ต่อรองนิรโทษ ลั่นยึดกม. ไม่เข้าเกณฑ์ก็ดำเนินการไม่ได้

กบข. ร่วมเวที Global ARC Boston 2026 แลกเปลี่ยนยกระดับการบริหารพอร์ตลงทุน

กบข. ร่วมเวทีประชุมนักลงทุนสถาบันระดับโลก แลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนา Hybrid TPA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตลงทุนและการจัดการความเสี่ยง มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้สมาชิก

Krungthai COMPASS คาด กนง. ตึงดอกเบี้ย 1.00% ยาวถึงสิ้นปี 70

Krungthai COMPASS ประเมิน กนง. มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% คาดคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 70