‘ศุภจี’ เดินหน้าปราบนอมินี-ทุนเทา ลบรอยร้าวทางเศรษฐกิจ

Date:

วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี”พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นสักขีพยานการร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือของทั้ง 23 หน่วยงาน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในครั้งนี้ ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวม 23 หน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานอมินีและทุนสีเทาอย่างเป็นระบบ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการทำงานแบบบูรณาการเท่านั้น แต่ยังมุ่งยกระดับให้ประเด็นดังกล่าวเป็นวาระแห่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหานอมินีและทุนสีเทาเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และส่งผลให้ประเทศไทยไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ ด้วยเหตุนี้ ทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมจึงมีความตั้งใจแน่วแน่ในการร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยได้เริ่มดำเนินงานอย่างจริงจังมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ครอบคลุมทั้งการจับกุม กวาดล้าง และมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างเข้มงวด โดยในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินงานทั้งในมิติของการประเมินความเสี่ยงและการป้องกันก่อนเกิดปัญหา โดยปัจจุบัน บริษัทนิติบุคคลที่อยู่ในฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการมีกว่า 980,000 ราย ซึ่งได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกับบัญชีม้าและเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้อง หากพบความผิดปกติจะเร่งดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที

นางศุภจี กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ผลักดันมาตรการความร่วมมือ 3 ด้าน 

1.บูรณาการข้อมูลเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับ 23 หน่วยงาน

2.การสร้างกลไกเฝ้าระวังการทำธุรกิจ

3. การสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำธุรกิจภายในประเทศจะต้องสามารถที่จะเข้าถึงได้อย่างโปร่งใส

“MOU ฉบับนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการอุดช่องโหว่ และเสริมจุดแข็งแก่ภาคการลงทุนของไทย พร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบธุรกิจโดยมิชอบไม่สามารถใช้ไทยเป็นฐานการก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้อีกต่อไป และนับจากนี้ ทุกหน่วยงานจะจับมือกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่เข้ามาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และปกป้องผลประโยชน์ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต สร้างความได้เปรียบให้แก่ประเทศไทย” นางศุภจี กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กบข. ร่วมเวที Global ARC Boston 2026 แลกเปลี่ยนยกระดับการบริหารพอร์ตลงทุน

กบข. ร่วมเวทีประชุมนักลงทุนสถาบันระดับโลก แลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนา Hybrid TPA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตลงทุนและการจัดการความเสี่ยง มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้สมาชิก

Krungthai COMPASS คาด กนง. ตึงดอกเบี้ย 1.00% ยาวถึงสิ้นปี 70

Krungthai COMPASS ประเมิน กนง. มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% คาดคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 70

รัฐบาล เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถไฟ เที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569

รัฐบาล เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางโดยรถไฟ เที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 จัดเตรียมขบวนรถอำนวยความสะดวก หยุดรถและชานชาลารองรับเดินทางเชื่อมตรงพื้นที่จัดงาน

รัฐบาล สั่งคุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา 

รัฐบาล สั่งคุมเข้มชายแดนไทย–เมียนมา หลังเหตุสู้รบกระสุนตกฝั่งไทย ระงับผ่อนผันนำเข้า–ส่งออกบางช่องทางในแม่สอด–พบพระ 30 ต.ค.–5 พ.ย. ย้ำไม่ใช่ปิดด่านทั้งหมด