
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 พ.ค. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส (ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 5 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ส่งเอกสารคำชี้แจงการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ของ 5 หน่วยงาน ให้ตรวจสอบทางออนไลน์ ในระหว่างปฎิบัติภารกิจที่สาธารณรัฐฝรั่งเศส ก่อนจะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วหรือไม่ ว่า ตนเห็นร่างคำชี้แจงมา2-3ครั้งแล้ว เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ของเอกสารที่จะไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้พยายามที่จะทำการชี้แจงให้ได้ดีที่สุด แต่สิ่งที่เรามั่นใจที่สุดก็คือเราไม่ได้ทำโครงการนี้ขึ้นมาตามที่มีคนกล่าวอ้างว่าเราทำมาเพราะต้องการหาเสียง ทำมาเพราะต้องการเพิ่มความนิยม เพราะความนิยมของรัฐบาลนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาแล้ว ประชาชนได้ตัดสินใจแล้วว่าจะให้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อเราเข้ามาเราต้องทำงาน และสิ่งที่เราได้ดำเนินการใช้นโยบายการกู้เงินต้องดูด้วยว่าการกู้เงินตรงนี้ไม่ได้ก่อความเสี่ยงอื่นๆเลย เป็นการกู้เงินในสกุลเงินบาท เป็นการกู้เงินภายในประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้มีเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มมากขึ้น พ.ร.ก. เงินกู้ครั้งนี้ เงินทุกบาททุกสตางค์ถูกส่งไปถึงประชาชนโดยตรง ไม่ใช่หน่วยงานไหน กระทรวงไหนจะสร้าง หรือลงทุนอะไรใช้เวลาลงทุนอีก 8 ปี 5 ปี 3 ปี ถึงจะเห็นผลไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น แต่ลงไปเพื่อกระตุ้นและเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชนและทางประเทศ
นายอนุทิน กล่าวว่า ยืนยันว่าการที่รัฐบาลตัดสินใจกู้เงินครั้งนี้ช่วยเหลือทุกฝ่าย ทางด้านระบบการเงินของเราสามารถปล่อยเงินกู้ที่อยู่ในระบบเงินฝากมหาศาล การที่เขาเอาเงินมาให้รัฐบาลกู้ หลักง่ายๆถ้าเขาไม่มีความมั่นใจ ใครจะให้กู้ การที่เขาให้รัฐบาลกู้ สิ่งที่ผู้ให้กู้มั่นใจว่าเงินกู้นี้ไม่เป็น NPL แน่นอน แต่เทอมที่รัฐบาลให้เป็นเงินกู้ระยะยาว 9ปี 10 ปี เป็นดอกเบี้ยต่ำมาก แต่เป็นดอกเบี้ยที่กระตุ้นให้คนที่รับผิดชอบอยู่ ให้ความสนใจว่าถ้ามีคนเอาเงินมาให้กู้เท่านี้แล้วใส่เงินเข้าไปในระบบ แล้วจะตอบแทนกลับมาในรูปแบบของภาษี รูปแบบเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจ ความคล่องตัวในการใช้จ่ายเงินของประชาชน เราต้องคิดถึงประโยชน์ของประชาชนและประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ดอกเบี้ยที่ได้ ถ้ากลับมาในรูปแบบของภาษีเราจ่ายได้อย่างสบายๆ เราไม่ต้องกังวลเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้ขอให้เชื่อมั่นว่าพวกตนจะดูแลอย่างใกล้ชิด เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องลงไปถึงมือของประชาชน ไม่มีตกข้างทาง เบี้ยบ้ายรายทาง เป็นดิว Direct ระหว่างรัฐบาลกับประชาชนที่เป็นเจ้าของรัฐบาล
เมื่อถามว่า ตรวจสอบดูแล้วมั่นใจจะไม่มีปัญหาหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เจตนารมณ์ของศาลรัฐธรรมนูญเราไม่ไปก้าวล่วงว่าจะพิจารณาอย่างไร แต่เราก็มั่นใจว่าก่อนที่จะออกมาเป็นพระราชกำหนดต้องผ่านการกรองในเรื่องของกฎหมาย ซึ่งต้องมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“ถ้าถามรัฐบาล รัฐบาลไม่มีความกังวลใดๆว่าได้ทำการใดๆที่ขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถ้ามันขัดก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้ก็ไม่ทำ แต่นี่มันไม่ขัดมันเป็นสิ่งที่สมควรทำ ได้เทอม ได้เงื่อนไขต่างๆล้วนแต่เป็นปัจจัยบวก รัฐบาลต้องทำ ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดำเนินการครั้งนี้คือประชาชน“ นายกรัฐมนตรี กล่าว

เลขา ครม. เตรียมส่งคำชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ให้ศาล รธน.
วันที่ 26 พ.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวถึงการส่งคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กระทรวงพลังงาน และกฤษฎีกา ทำคำชี้แจงร่วมกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จากนั้นสำนักเลขาคณะรัฐมนตรี จะทำเอกสารเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะจัดส่งภายในวันนี้ เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายตามกำหนด 7 วัน โดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะเป็นผู้ถือเอกสารไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะเรียกบุคคลให้ชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่
ขณะที่ นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ร่างคำชี้แจงดังกล่าวตนได้ส่งไปแล้ว ซึ่งจะเป็นร่างคำแถลงชี้แจงในภาพรวม ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป
ด้านนายนพดล เภรีฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า ร่างคำแถลงดังกล่าวได้มีการส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจทานเรียบร้อยแล้ว



